เวินปั๋วเหวินชะงักงันไปทันที ความสงสัยในใจก็ยิ่งทวีขึ้น
เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ทำไมคืนนี้ทุกคนถึงได้แปลกประหลาดกันไปหมด
เจ้าซิ่วยหวินรีบเดินขึ้นไปชั้นบน พลางหยิบโทรศัพท์โทรหาเวินหร่วน แต่โทรไปเท่าไรก็ไม่มีใครรับสาย
หัวใจของเธอดิ่งลงสู่ก้นบึ้งทันที
ด้วยนิสัยที่พร้อมพินาศไปด้วยกันของเวินหร่วน หากเวินช่าวคังทำเรื่องเกินเลยจริง ๆ เรื่องอื้อฉาวนี้ย่อมเป็นที่รู้กันทั่วแน่
แล้วเรื่องในอดีตที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดหลายปีก็จะ...
คิดถึงตรงนี้ เจ้าซิ่วยหวินก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ได้แต่รู้สึกว่าลิฟต์ขึ้นช้าเหลือเกิน
......
ขณะนั้น ในห้องพักผ่อน
การดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิตของเวินหร่วนเมื่อครู่ ทำให้เธอหลุดพ้นจากเงื้อมมือเขาได้เพียงชั่วครู่ สุดท้ายก็ถูกเวินช่าวคังกระชากกลับไปอย่างหยาบคายอีกครั้ง
แววไม่พอใจและความดุดันในดวงตาของเขาแทบจับต้องได้ “หร่วนหร่วน หนีทำไม”
ลมหายใจอุ่น ๆ ของเวินช่าวคังรดต้นคอเธอ กลิ่นโคโลญจน์ผสมกับกลิ่นคาวเลือดทำให้เธอแทบอาเจียน
“ทำไมถึงใจร้ายกับฉันได้ขนาดนี้ แต่งงานแล้วก็ไม่กลับบ้านเลยสักครั้ง รู้ไหมว่าฉันคิดถึงเธอ ทำได้แค่ดูรูปเธออยู่คนเดียว”
เธอถูกเหวี่ยงกลับลงบนโซฟา
คราวนี้เขาทิ้งตัวทับเธอทันที มือข้างหนึ่งกดข้อมือเธอไว้ ส่วนอีกข้างกระชากผ้าซาตินตรงหัวไหล่ของเธอ
“หร่วนหร่วน ฉันอดทนมานานเกินไปแล้ว!”
“เชื่อฟังหน่อย ฉันจะให้ทุกอย่างที่เธอต้องการ!”
“เวินช่าวคัง! ไสหัวไป!”
เวินหร่วนดิ้นราวกับคนบ้า ทั้งมือทั้งเท้าปัดป่ายเตะต่อย เล็บของเธอข่วนหลังมือเขาจนเป็นรอยเลือดหลายเส้น
เวินช่าวคังเจ็บจนสูดปาก แต่แรงที่กดเธอไว้กลับไม่ผ่อนลงแม้แต่น้อย
เสียงแคว็กดังขึ้น ผ้าซาตินสีฟ้าน้ำทะเลราคาแพงฉีกเป็นทางยาว อากาศเย็นเฉียบสัมผัสผิวเนื้อ
เวินหร่วนออกแรงสุดกำลังยกขาเตะเข้าที่อกเขา อาศัยจังหวะที่เขาหงายหลัง รีบกลิ้งตัวลงจากโซฟาอย่างทุลักทุเล เท้าเปล่าเหยียบพรมก่อนพุ่งไปทางหน้าต่างสุดชีวิต
