เจียงวั่นซิงยิ้มอย่างเก้อเขินเล็กน้อย “ทำงานเป็นนักข่าวน่ะ ย่อมมีแหล่งข่าวสารหลากหลายรูปแบบอยู่แล้ว”
“อีกอย่าง ฉันก็เป็นห่วงคุณด้วย ตอนนี้ฉันเห็นคนบนอินเทอร์เน็ตพูดจาเหลวไหลกันไม่น้อย คุณอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความคิดของเวินหร่วนก็แล่นปราดราวสายฟ้า พอดีว่าเธอเองก็มีเรื่องอยากถามให้กระจ่างต่อหน้าอยู่เหมือนกัน
“จริงสิ คุณเจียง พอดีฉันมีข้อสงสัยอยู่บ้าง อยากให้คุณช่วยตอบให้หายข้องใจหน่อย”
“เรื่องอะไรหรือ” เจียงวั่นซิงมองเธอพลางยิ้มแย้ม “หร่วนหร่วน ถ้าคุณถามฉัน ฉันจะตอบทุกอย่างเท่าที่รู้แน่นอน”
เวินหร่วนตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันอยากรู้ว่า หลินเชี่ยเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน... ทำไมคุณถึงยอมให้สัมภาษณ์ เปิดเผยเรื่องนี้ออกไป”
“แถมยังจงใจบอกด้วยว่าฉันเป็นคนสุดท้ายที่ได้เจอหลินเชี่ยก่อนเธอเสียชีวิต”
ข้อสงสัยนี้ผุดขึ้นในใจเธอตั้งแต่ตอนที่เพิ่งเห็นคลิปบนอินเทอร์เน็ต
สีหน้าเจียงวั่นซิงเปลี่ยนไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะขื่นๆ “ขอโทษนะหร่วนหร่วน คุณคงรู้แล้วว่าเชี่ยเชี่ยเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉัน เราสนิทกันมาก...”
“จู่ๆ ฉันก็รู้ว่าเธอเสียชีวิต เลยรับความสะเทือนไม่ไหว ตอนนั้นเพื่อนร่วมงานถามฉัน ฉันก็เผลอพูดเรื่องนี้ออกไปโดยไม่ทันคิด ถึงได้ยอมให้สัมภาษณ์”
“ฉันหวังว่าคนทั่วไปจะช่วยกันตามหาฆาตกรที่ฆ่าเชี่ยเชี่ยให้เจอโดยเร็ว... ส่วนเรื่องคุณ ตอนนั้นฉันกินยาแก้อาการวิตกกังวลไปไม่น้อย สมองเลยไม่ค่อยปลอดโปร่ง หวังว่าคุณจะไม่ถือโทษฉันนะ...”
เจียงวั่นซิงหลุบตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป ดูอ่อนแอและไร้เดียงสาอย่างยิ่ง
