ทุกคนหาเจอผ้าห่มของตัวเองแล้ว ก็รีบกลับมา
ตอนกลับมา ผ้าห่มบางคนก็ติดหญ้า บางคนก็ติดใบไม้
ส่วนฉีเหมิ่งนั้นพิเศษหน่อย ผ้าห่มเขาเปียกแฉะเป็นปื้นใหญ่เห็น ๆ
เห็นเขาเอาส่วนที่เปียกมาจ่อที่จมูกแล้วดมอย่างระวัง
ด้านข้าง ฉินเฟิงทำสีหน้ารังเกียจสุดขีด เหมือนมีมชายชราคนนั้นมองโทรศัพท์ในรถไฟใต้ดินไม่มีผิด
“กลิ่นฉุนไหม เหม็นเปล่า” เฉินซานสี่เข้าไปใกล้ ๆ แล้วถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีกลิ่นสักหน่อย”
“จริงเหรอ”
“ไม่เชื่อก็ดมดูสิ”
ว่าแล้วฉีเหมิ่งก็เอาผ้าห่มด้านที่เปียกยัดใส่จมูกเฉินซานสี่
“เฮ้ย! แกหลอกฉัน เหม็นจะตาย!” เฉินซานสี่ปิดจมูก ถอยกรูดเหมือนโดนผีหลอก
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ แกเชื่อจริง ๆ ด้วย!” ส่วนฉีเหมิ่งที่แกล้งคนอื่นสำเร็จก็หัวเราะชอบใจใหญ่
“หัวเราะเหี้ยอะไร ยังมีหน้าหัวเราะอีกเหรอ โดนจับโยนเข้าห้องน้ำ ภูมิใจนักหรือไง”
จ้าวเผิงเฟยพุ่งเข้าไปถีบหนึ่งที ฉีเหมิ่งกุมก้นแล้วก็สงบปากสงบคำทันที
เฉินซานสี่เห็นฉีเหมิ่งโดนด่าก็หัวเราะคิกคักออกมา
แล้วก็ถึงคิวคลาสสิก เพื่อนเตะเพื่อน
ก้นเขาก็มีรอยรองเท้าเบอร์ 42 เพิ่มมาอีกหนึ่งรอย
ถีบกันคนละที โลกก็เหมือนจะสงบลง
จ้าวเผิงเฟยจ้องทั้งคู่เขม็ง แล้วดูนาฬิกาข้อมือ
เจ็ดโมงสี่สิบห้า เวลาพอดีแล้ว
เขาให้ทุกคนเอาม้านั่งเล็กมานั่งรวมกัน ถึงได้เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเข้ม
“พูดเรื่องง่าย ๆ หน่อย เดี๋ยวเราจะเลือกหัวหน้ารองกัน ใครคิดว่าแบกงานไหวก็เสนอตัวมาเลย”
จ้าวเผิงเฟยพูดสั้น ๆ ไม่มีคำฟุ่มเฟือยแม้แต่คำเดียว นิสัยทหารเป๊ะ
แต่ประโยคสั้น ๆ ของเขากลับสร้างความฮือฮาไม่น้อยในหมวดสี่
เรื่องที่หน่วยฝึกทหารใหม่จะเลือกหัวหน้ารอง ทุกคนก็เคยได้ยินมาบ้าง
สมัยก่อน หน่วยฝึกทหารใหม่มีทั้งหัวหน้าและหัวหน้ารอง และก็เป็นทหารเก่าทำหน้าที่ทั้งคู่
แต่ต่อมามีการปรับเปลี่ยน เหลือไว้แค่หัวหน้า
ส่วนตำแหน่งหัวหน้ารอง ก็ต้องเลือกมาจากทหารใหม่นี่แหละ
“มีใครอยากลองดูไหม ฝึกตัวเองดู”
เสียงจ้าวเผิงเฟยเพิ่งจบลง หลี่เจียเซิ่งก็เหมือนลิงติดจรวด ผุดพรึ่บขึ้นมา
“รายงานหัวหน้า ผมอยากเป็นหัวหน้ารอง ถ้าให้ผมได้รับเลือก ผมจะพาทุกคน…...”
จ้าวเผิงเฟยยกมือห้าม เขาไม่อยากฟังไอ้นี่โม้
ให้ตายสิ พูดสามประโยคไม่เว้นเรื่องที่บ้านรวย น่ารำคาญจะตาย