ลาก่อนแม่ คืนนี้ลูกจะออกเดินทางไกล
ไม่ต้องห่วงนะ ผมมีพายแห่งความสุขและปัญญา....
ผ้าห่มผืนแล้วผืนเล่ากางปีกกลางอากาศ ร้องเพลงประสานเสียง วาดเส้นโค้งงดงาม
จากนั้นก็ บั้ม! ลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
ในห้องพักหมวดสี่ มีผ้าห่มของคนครึ่งหนึ่งที่กบฏเกินไป หนีออกจากบ้านไปแล้ว
เพียงเพราะการจัดการภายในไม่เป็นไปตามมาตรฐานในอุดมคติของจ้าวเผิงเฟย
พวกเขาก็ถูกด่าไปยกใหญ่ แล้วผ้าห่มก็ลอยละลิ่วกลางอากาศ
ทหารใหม่ครึ่งที่เหลือที่ยังไม่ได้ถูกตรวจ ตอนนี้ล้วนใจคอไม่ดี ราวกับเดินอยู่บนน้ำแข็งบาง ๆ
เพราะไม่มีใครรู้ ว่าต่อไปจะเจอกับอะไร?
ตอนนี้ จ้าวเผิงเฟยเดินมาถึงหน้าเตียงของฉีเหมิ่งแล้ว
มองผ้าห่มที่พับเหมือนหมาเลียบนเตียงของเขา แล้วก็ยิ้มแสยะให้
ฉีเหมิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็ฝืนยิ้มแหยๆ ตอบกลับ
จากนั้น จ้าวเผิงเฟยไม่พูดอะไร หยิบผ้าห่มของเขาเดินออกประตูไป
พอกลับมาอีกครั้ง มือก็ว่างเปล่าแล้ว
ฉีเหมิ่งตาโต นี่มันบ้าชัดๆ
“หัวหน้า ผม...ผ้าห่มของผม...”
“ห้องน้ำ”
เมื่อได้ยินสองคำที่จ้าวเผิงเฟยพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทุกคนตกใจหน้าถอดสี
แค่โยนลงจากตึกก็เกินพอแล้ว ยังจะเอาไปทิ้งในห้องน้ำอีก?
นี่ไม่ใช่ไม้ถูพื้น หรือผ้าอ้อมนะเว่ย!
ถ้าไปโดนอะไรเข้า นี่มันจะแสบสันต์ขนาดไหน!
จ้าวเผิงเฟยไม่อยากอธิบายอะไรมาก หรือแม้แต่จะพูดให้เปลืองน้ำลาย
เดิมเขาคิดว่าผ้าห่มของเฉินซานสี่แย่ชนิดหาที่เปรียบไม่ได้แล้ว นึกไม่ถึงว่าจะมีคนห่วยแตกกว่าเขา
พูดจริงไม่เว่อร์นะ แค่ใช้เท้า จ้าวเผิงเฟยก็ยังพับได้ดีกว่าหมอนี่ร้อยเท่า
ตอนนี้ เมื่อเดินตรงมาถึงหน้าเตียงของหลี่เจียเซิ่ง ในตาของจ้าวเผิงเฟยก็ฉายแววแปลกใจนิดๆ