ไฉเสี่ยวหมี่ไม่ได้หลับสบายขนาดนี้มานานแล้ว
ในโลกของนาง นางมักนอนดึกจนเลยเที่ยงคืน นอนไม่เต็มอิ่มนัก พอข้ามมาอยู่ในโลกนี้ก็ยิ่งหวาดระแวงทุกย่างก้าว ฝันร้ายกวนใจไม่เว้นวัน
แต่คืนวานนี้ กลับอัศจรรย์ใจได้ฝันดีสักเรื่อง
ในฝัน นางโลดแล่นในโลกนิยายนี้อย่างราบรื่น ได้เพื่อน ได้ครอบครัว ได้คนรัก แต่บทบาทของคนรักคนนี้ เกินจริงไปเสียเหลือเกิน
ในความฝัน ชายผู้นั้นดูแลนางอย่างทะนุถนอม ปรนนิบัติพินอบพิเทา จนแทบจะยื่นอาหารให้ถึงปาก ยกเสื้อผ้าให้ถึงมือ ไฉเสี่ยวหมี่ออกคำสั่งกับเขาเยี่ยงราชินีจริง ๆ
แม้เมื่อนางใช้เท้าเตะผลักเขาออก ชายหนุ่มก็ยังโน้มตัวลงประคองเท้าขาวเนียนของนางด้วยมือทั้งสองที่เรียวยาว เล็บสีดำสนิท ชายตาแดงก่ำ จ้องมองด้วยแววอาวรณ์ยิ่ง “พี่หญิง อย่าเพิกเฉยต่อข้าเลย ข้าผิดตรงไหน ข้าจะแก้ให้หมด...”
ว่าแล้วชายหนุ่มก็ก้มลงจูบที่เท้าของนาง ปลายลิ้นเจ้าเล่ห์ไล้ไปบนผิวกายที่ขาวดั่งกระเบื้องเคลือบ ดวงตาต่างสีหมุนวนอย่างสุดซึ้ง
กระดิ่งเงินที่ข้อเท้านางกระทบกับเครื่องประดับเงินบนกายเขา เขาไล้จูบจากเท้าของนางขึ้นไปเรื่อย ๆ
ม่านหัวเตียงถูกสายลมโบกพัด แล้วค่อย ๆ หย่อนลง ปกปิดเรือนเล็ก ๆ ที่ไอร้อนถาโถมไว้ภายใน
ทุกสิ่งรอบข้างราวถูกกลืนหายไปในละอองน้ำของน้ำตก จนพร่ามัวเลือนราง
ได้ยินเพียงเสียงดังกรุ๊งกรั๊งจากในม่านที่ไม่หยุดหย่อน...
ไฉเสี่ยวหมี่ขยี้ตาที่พร่ามัว นั่งงงอยู่บนเตียงสักพักใหญ่ กว่าจะลุกลงมาได้อย่างช้า ๆ
นางคงกินยาผิดเป็นแน่ ถึงได้ฝันเพ้อเจ้อแบบนี้
อูหลี ใช้ลิ้นเลียเท้าให้ตัวประกอบหญิงผู้เป็นแพะรับบาปอย่างนั้นหรือ?
ช่างเหลวไหลสิ้นดี ขนาดผู้เขียนนิยายเองยังไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้
เขาว่ากันว่าฝันเป็นเรื่องตรงกันข้าม ในความฝันชายหนุ่มอ่อนโยนว่าง่าย แต่ในโลกความจริงกลับตรงกันข้ามราวกับคนละคน
