จงเยว่เอนหลังพิงขอบหน้าต่างอย่างสบาย ๆ ไขว่ห้างขายาวเข้าด้วยกัน ปลายนิ้วคีบบุหรี่เมนทอลมวนยาวที่ยังไม่ได้จุด มุมปากยกยิ้มเย้ยหยัน “ฉันเป็นคนแบบไหนงั้นเหรอ พูดมาให้ชัดสิ”
“เรารู้จักกันมาตั้งกี่ปีแล้ว นายยังไม่รู้อีกเหรอว่าฉันหมายถึงอะไร” โจวเฉิงไม่พูดออกมาตรง ๆ เอาแต่ยิ้มกริ่ม “ผู้หญิงที่แทบจะเสนอหน้ามาปรนนิบัติคุณชายเยว่มีเป็นกอง แต่ผู้หญิงที่คุณชายยอมปรนนิบัติด้วยน่ะ ทั่วทั้งจิงเป่ย—ไม่สิ ทั้งโลกก็หาไม่ได้สักคน”
โจวเฉิงจึงรีบขจัดความคิดสกปรกในหัวตัวเองทิ้งไปทันที
จงเยว่เป็นใครกัน ผู้หญิงสวยเซ็กซี่หุ่นเร่าร้อนแทบอยากคุกเข่าลงตรงหว่างขาเขา แต่เขากลับขี้เกียจแม้แต่จะเหลือบมอง
แรก ๆ ทุกคนคิดว่าเขารังเกียจความสกปรก จึงไปเสาะหาสาวน้อยไร้เดียงสาจากมหาวิทยาลัยมามากมาย แล้วประเคนให้เขาราวกับถวายของล้ำค่า หวังเอาใจ แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม เขาไม่สนใจเรื่องพวกนั้นเลยสักนิด ทำเอาคนที่อยากประจบตระกูลจงจนปัญญา คนเราย่อมมีจุดอ่อน แต่คุณชายใหญ่แห่งตระกูลจงที่เลือกกินสุดขีดแบบนี้ กลับไม่มีทางให้เอาใจได้ถูกจุด
ต่อมา ไป๋จิ้น เพื่อนสนิทของเขา ถึงได้พูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า อาการรักความสะอาดของจงเยว่นั้นเป็นเรื่องของจิตใจเสียมากกว่า ผู้หญิงที่เสแสร้งทำดีต่อหน้าและผู้หญิงที่หวังผลประโยชน์จนเกินงาม พวกนั้นไม่มีทางอยู่ในสายตาเขาได้
จงเยว่ไม่ได้ปฏิเสธว่าเขาทำอะไรลงไป เพียงตอบอย่างจริงจังว่า “นายว่า เรื่องของผู้หญิงคนนี้...”
โจวเฉิงรอฟังประโยคต่อ แต่ผ่านไปนานก็ไม่มีอะไรต่อ เขาร้อนใจจนต้องถาม “มีอะไรเหรอ คุณชาย มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไร”
จงเยว่ไม่คิดจะพูดต่อ
มันเป็นเรื่องส่วนตัวเกินไป
เขาใช้นิ้วเขี่ยบุหรี่มวนยาวเล่น ไม่ได้สูบ แค่เล่นไปเรื่อย ๆ กระดาษมวนที่บอบบางถูกขยำจนคลี่ออก เผยให้เห็นเศษยาสูบเล็กละเอียดข้างใน
เศษยาสูบมีกลิ่นเฉพาะตัว กระนั้นเมื่อยังไม่ถูกจุด กลิ่นก็จาง ๆ ไม่ฉุน แถมยังช่วยให้เคลิ้มหลับได้อยู่บ้าง หากสูดดมนานเข้าก็จะรู้สึกมึน ๆ
