กิ๊บติดเนกไททำจากโลหะให้สัมผัสเย็นและแข็งกระด้าง ทว่ากลับใช้กลัดปอยผมที่ปรกลงมาได้พอดี ระหว่างนั้นลู่เหมยคล้ายจะได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้ซีดาร์จากตัวเขา ตามด้วยกลิ่นมินต์เย็นบางเบา หอมสดชื่นและมีเอกลักษณ์อย่างยิ่ง
“ได้เลย สวยมาก” จงเยว่ก้มมองใบหน้าเล็กขาวผ่องของเธอ ก่อนยื่นมือออกมา “ไปกันเถอะ”
ลู่เหมยมองมือของเขาแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
“คุณลืมข้อตกลงตอนแต่งงานของเราแล้วหรือไง” เขาหางตาตกนิด ๆ มุมปากยกขึ้น “ต่อหน้าผู้ใหญ่ เราควรแกล้งทำเป็นรักกันให้ดูเหมือนคู่แต่งงานที่หวานชื่น”
ลู่เหมยจำเรื่องนี้ได้ เพราะกลัวผู้ใหญ่เป็นห่วง ถึงความสัมพันธ์ลับหลังของทั้งคู่จะเย็นชาแค่ไหน แต่ต่อหน้าคนอื่นก็ต้องแสร้งทำเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กัน
เธอยื่นมือไปจับมือเขา มือของเขาใหญ่และอุ่น ความแข็งแรงแผ่ซ่านอยู่ในฝ่ามือ เพียงมือเดียวก็ห่อมือของเธอไว้ได้มิด
จู่ ๆ ลู่เหมยก็นึกถึงคำพูดที่เพื่อนร่วมชั้นเคยพูดสมัยเรียน
ได้ยินมาว่ามือใหญ่ ตรงนั้นก็ใหญ่เหมือนกัน...
“ทำไมมือคุณร้อนจัง” จงเยว่ก้มมองมือขาวนุ่มในฝ่ามือ “เป็นหวัดหรือเปล่า”
“ไม่...” ลู่เหมยก้มหน้าลงอย่างกระดากอาย “วันนี้อากาศอาจจะร้อนเกินไป”
“ช่วงนี้อากาศเย็นลงติดต่อกันตั้งหลายวัน แถมตอนนี้ก็กลางคืนแล้ว จะร้อนได้ยังไง” เขาไม่รอให้เธอปฏิเสธ ยกมือแตะหน้าผากเธอดู พอเห็นว่าไม่มีไข้ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมฝ่ามือถึงร้อนขนาดนี้
แก้มก็ดูแดง ๆ ด้วย
