ฐานะของลู่เหมยช่างน่าอึดอัด ทั้งที่ตกลงกันไว้แล้วว่าหลังแต่งงานจะไม่ก้าวก่ายกัน ต่อให้จงเยว่มีผู้หญิงมากหน้าหลายตาอยู่ข้างนอก ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอทั้งนั้น
แต่พอมาถึงที่นี่ เธอก็ยากจะหลีกเลี่ยงการเข้าไปข้องเกี่ยวกับผู้หญิงเหล่านั้น
“เธอคือสาวคู่นอนคนใหม่ของคุณชายจง” หญิงสาวคนหนึ่งพูดอย่างมั่นอกมั่นใจพลางชี้ไปทางนั้น “เมื่อกี้โจวเฉิงไม่ได้บอกเหรอว่าเธอเป็นพี่สะใภ้คนใหม่ของพวกเรา”
พี่เหยาเหยาได้ยินเข้าเต็มหู จึงเชิดหน้าวางท่าถือตัว “เธอเพิ่งมาใหม่ ไม่รู้กฎก็เป็นเรื่องปกติ พวกพี่ ๆ หวังดี เลยจะสอนให้รู้จักวางตัว”
“ใช่แล้ว พวกเราไม่ได้ทำอะไรเธอสักหน่อย ยังไงพวกเราก็เป็นผู้หญิงของคุณชายจงเหมือนกัน ลับหลังก็ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขสิ”
“ไม่อย่างนั้นถ้าคุณชายจงรู้เข้า เขาต้องไม่พอใจแน่”
หลายคนส่งเสียงเจื้อยแจ้วอบรมเธออยู่พักใหญ่
ลู่เหมยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าอย่างนั้น ที่เขาพาฉันมาที่นี่ ก็เพื่อให้พวกคุณสอนกฎให้ฉันเหรอ?”
“แน่นอนสิ” พี่เหยาเหยาหัวเราะหยันอย่างดูแคลน “ไม่อย่างนั้นเด็กสาวอย่างเธอจะรู้ได้ยังไงว่าต้องเอาใจผู้ชายยังไง?”
“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นก็สอนเลย ฉันจะดูว่าต้องทำยังไง” ลู่เหมยจึงเอ่ยขอคำชี้แนะอย่างถ่อมตัว
เธอไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ เห็นผู้หญิงพวกนี้แต่งตัวเหมือนเด็กแว้น แต่ก็ไม่ได้ลงไม้ลงมือกับเธอเหมือนซ่งเจียนี เลยยังพอมีความหวังกับพวกเธออยู่บ้าง
ใครจะคิดว่าคำพูดนี้กลับเรียกเสียงหัวเราะจากคนกลุ่มนั้น
ความไร้เดียงสาของลู่เหมยทำให้คนฟังอดหัวเราะไม่ได้จริง ๆ
ที่นี่แทบจะเหมือนวังหลัง คุณชายจงมักมาที่นี่เพื่อเลือกสาวคู่นอนไปออกงานเลี้ยงหรือเข้าสังคม พอเสร็จงานก็ยังได้ค่าตอบแทนก้อนโต บรรดาหญิงสาวที่นี่ต่างหวังให้คุณชายจงเลือกตัวเองทุกครั้ง แต่ละคนจึงพยายามทำทุกวิถีทางให้เขาสังเกตเห็น
