ลู่เหมยยังกำผ้าห่มไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังมุดหัวเข้าไปซ่อนใต้ผ้าห่ม พูดอู้อี้ว่า “ฉันเห็นกับตาเลยนะ…คุณเลิกบิดพลิ้วได้แล้ว ฉันไม่ได้คิดจะโทษคุณสักหน่อย”
เธอไม่ได้โทษเขาจริง ๆ
แค่ด่าว่าโทรศัพท์ของเขาเป็นสายมิจฉาชีพ
เห็นเขาเป็นคนแปลกหน้าก็หันหลังเดินหนี
ตอนนอนยังต้องเอาเจ้าหมีเหม็น ๆ มาวางกั้นกลาง
แถมยังด่าว่าเขาใช้ไม่ได้อีก
ถ้าแบบนี้ยังไม่เรียกว่าโทษ แล้วถ้าเธอโทษเขาขึ้นมาจริง ๆ คงใช้สายเดี่ยวรัดคอเขาตายไปแล้ว
“ตาคุณมองอะไรอยู่ ถึงได้ใส่ร้ายคนอื่นมั่วซั่วแบบนี้” จงเยว่ดึงผ้าห่มของเธอ
“ใส่ร้ายอะไรล่ะ ก็มีกล้องวงจรปิดนี่” ลู่เหมยเองก็เริ่มร้อนใจ โผล่หน้าออกมาครึ่งหนึ่ง “ฉันไม่ได้โทษคุณจริง ๆ นะ ฉันรู้ว่าคุณก็เป็นคนแบบนี้แหละ”
“……”
จงเยว่ลองนึกย้อนดูอย่างละเอียด ก่อนที่เขาจะไปหาเธอ แถวนั้นมีสาว ๆ วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเข้ามาจริง
แต่เขาไม่เคยเป็นฝ่ายเข้าไปเกี้ยวพวกเธอก่อนเลย
อย่าว่าแต่ตอนนี้ลู่เหมยเป็นภรรยาของเขาเลย ต่อให้เมื่อก่อนพาผู้หญิงไปออกงานเลี้ยง เขาก็ไม่ถึงกับใจโลเล มีคนอยู่ในชามแล้วยังคิดถึงคนในหม้ออยู่แล้ว เดิมทีเขาก็ไม่ได้สนใจผู้หญิงเท่าไร การมีพวกเธออยู่ข้างกายก็แค่สะดวกเวลาไปสถานบันเทิงต่าง ๆ
“ผมจะอธิบายให้คุณฟังแค่ครั้งเดียว จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ” จงเยว่ขมวดคิ้วจนเกิดรอยย่น น้ำเสียงรวดเร็ว “ตั้งแต่ต้นจนจบผมยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหนเลย เป็นพวกเพื่อนร่วมทีมของคุณต่างหากที่เข้ามาทักผม ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ผมไล่พวกเธอไปให้ไกลตั้งนานแล้ว”
