ถึงเขาจะย้ำถึงสองครั้งว่าไม่ชอบ ลู่เหมยก็ยังไม่ยอมเอาหมีสีชมพูออกไป
เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่เธอวุ่นวายไปมาก็เพื่อจัดการกับเจ้าหมีตัวนี้ แถมยังยกมันขึ้นมาบนเตียงโดยไม่ปรึกษาเขาสักคำ แสดงว่าเธอไม่ได้ถามความเห็นเขา แต่แค่แจ้งให้ทราบเท่านั้น
เล่นเอาเรื่องมาบอกทีหลังจนชำนาญแล้วสินะ
“ทำไมถึงไม่ชอบล่ะคะ?” ดูเหมือนเธอจะสังเกตเห็นว่าเขาอารมณ์ไม่ค่อยดี ลู่เหมยจึงถามอย่างระมัดระวัง “ฉันแค่อยากวางหมีตัวนี้ไว้สักสองสามวัน พอปรับตัวได้แล้วก็จะเอาออกค่ะ”
จงเยว่หัวเราะออกมาด้วยความโมโห คิ้วกระตุกยิก น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากลำคอทีละคำ “คุณต้องปรับตัวเรื่องอะไร? นอนกับผมต้องปรับตัวด้วยเหรอ? แล้วผมไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจอีก?”
ลู่เหมยเม้มปาก ไม่พูดอะไร ผ่านไปครู่หนึ่งจึงส่ายหน้า “เปล่าค่ะ คุณดีมาก เป็นปัญหาของฉันเอง”
เธอพูดเองว่าเป็นปัญหาที่เธอจะปรับตัวได้หรือไม่ ไม่ใช่ความผิดของเขา
แต่ปัญหาของเธอก็เกี่ยวข้องกับเขาอยู่ดี
ถ้าคุยเรื่องนี้ให้ชัดเจนไม่ได้ วันข้างหน้าก็คงอยู่ด้วยกันไม่ไหว จงเยว่ข่มความอดทนไว้ ไม่ได้โยนเจ้าหมีน่ารำคาญลงจากเตียง เขาคุกเข่าข้างเดียวลงบนผ้าห่ม ก่อนจะโน้มตัวลงและยื่นมือไปดึงเธอที่นั่งอยู่ให้เข้ามาหา อ้อมกอดของเขารับร่างเธอไว้ทันที
แรงของผู้ชายเหนือกว่าเธออย่างสิ้นเชิง ทั้งยังเกิดขึ้นกะทันหัน ลู่เหมยจึงไม่มีเวลาตั้งตัว หน้าผากแนบลงกับแผงอกของเขา ไอน้ำรอบกายจงเยว่จางไปเกือบหมดแล้ว แต่ปลายผมที่ยังไม่ได้เช็ดให้แห้งก็มีหยดน้ำร่วงลงมาเป็นครั้งคราว จากแนวกรามคมชัด ลำคอ แล้วไหลลงสู่แผงอก กลิ่นอุ่น ๆ หลังอาบน้ำแทบจะโอบล้อมเธอไว้ตั้งแต่หัวจรดเท้า
