เธอพูดเสียงเบา “ก็ใกล้จะถึงเวลาแล้วไม่ใช่เหรอ”
เขาคลายมือ แล้วบีบปลายคางเธอเบา ๆ ปลายนิ้วไล้ผ่านริมฝีปากนุ่มแดง ก่อนหัวเราะเยาะเบา ๆ “ปากน้อย ๆ นี่พูดอะไรดี ๆ บ้างไม่ได้หรือไง”
ลู่เหมยก้มหน้า แม้เขาจะปล่อยเธอแล้ว แต่เธอรู้ว่าถ้าวิ่งหนีก็คงถูกจับได้อยู่ดี อีกอย่างจะหนีไปไหนได้ ต่อให้หลบอย่างไร ตอนกลางคืนก็ยังต้องนอนเตียงเดียวกับเขาอยู่ดี
ลู่เหมยมองเวลา แล้วถึงนึกออกว่าทำไมตัวเองถึงถูกจับได้ “คุณไม่ได้บอกว่าจะมารับฉันหลังเลิกงานตอนหกโมงเหรอ ทำไมถึงมาเร็วนักล่ะ”
เรื่องนี้จะโทษว่าเธอพลาดไม่ได้หรอก เป็นเพราะเขาไม่เล่นตามแผนต่างหาก
“ก็อยากรีบมารับภรรยาที่โกหกเป็นกิจวัตร พูดจาเหลวไหลไม่หยุดกลับบ้านน่ะสิ”
“คุณต่างหากที่พูดจาเหลวไหล” เธอไม่ยอมรับ เขาเองก็ใช่คนดีเสียที่ไหน
จงเยว่ตอบอย่างมีเหตุผล “คุณไม่ได้บอกว่ากำลังซ้อมเต้นอยู่หรือไง แล้วทำไมถึงมาอยู่บนถนน นี่ไม่เรียกว่าพูดจาเหลวไหลแล้วจะเรียกว่าอะไร”
ลู่เหมยก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด “ฉัน...แค่ออกมาซื้อของนิดหน่อย เดี๋ยวก็ต้องกลับไปซ้อมที่คณะเต้นแล้ว”
“ตอนนี้น่ะเหรอ”
“ใช่ ฉันต้องไปแล้ว คุณก็ไปทำธุระของคุณเถอะ ต่อไปไม่ต้องมารับฉันแล้ว”
เมื่อครู่โทรศัพท์ของลู่เหมยได้รับข้อความจากสวี่เยี่ยนเจ๋อในกลุ่ม บอกว่าเสื้อผ้าสำหรับการแสดงที่สั่งไว้คราวก่อนมาถึงแล้ว ให้ทุกคนลองดูขนาด ถ้าไม่พอดีค่อยเปลี่ยน
พอดีจะได้แวะกลับไปที่คณะเต้นด้วย
ผ่านกระจก เธอเห็นจงเยว่เดินตามหลังมาไม่ห่าง
“คุณตามมาทำไมเนี่ย” เธอถามอย่างประหลาดใจ
