ซูหนัวหานขี่จักรยานเลี้ยวผ่านตรอกเล็ก ๆ ไม่กี่สาย ก่อนจะมาถึงหน้าบ้านสวนของเธอ
ใกล้เที่ยงแล้ว แต่พวกลุงป้าในบ้านยังคงขยันขันแข็งทำงานกันอยู่
ซูหนัวหานกำลังจะเดินเข้าไปดูข้างใน
ตอนนั้นเอง
เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังเธอ “หนูน้อย มองอะไรอยู่หรือ”
ซูหนัวหานได้ยินดังนั้นก็หันกลับไปมอง
เป็นชายชราคนหนึ่ง ดูแล้วน่าจะอายุราวหกสิบปี
แม้จะอายุมากแล้ว แต่กลับมีรัศมีอำนาจแผ่ออกมาจากตัว
ซูหนัวหานกวาดตามองชายชราตั้งแต่หัวจรดเท้า
แล้วก็เข้าใจขึ้นมาทันที
คงเป็นชายชราที่ผู้ใหญ่บ้านพูดถึง คนที่นิสัยไม่ดีและถูกส่งมาอยู่ที่นี่สินะ!
ซูหนัวหานยิ้มตอบ “ฉันมาดูว่าบ้านซ่อมแซมไปถึงไหนแล้วค่ะ”
ชายชราก็กวาดตามองซูหนัวหานตั้งแต่หัวจรดเท้า “บ้านสวนหลังนี้ กองผลิตเป็นคนอนุมัติให้เธอหรือ”
ซูหนัวหานพยักหน้าเบา ๆ
ชายชราได้ยินแล้วก็แค่นเสียง “หนูน้อยคนนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ!”
พูดจบ
เขาก็ไพล่มือไว้ข้างหลัง หันตัวเดินไปทางโรงมีวัว
เอ่อ...
ซูหนัวหาน “...”
อะไรกัน ชายแก่คนนี้หมายความว่ายังไง
เป็นอย่างที่ผู้ใหญ่บ้านบอกจริง ๆ นิสัยประหลาดเอาเรื่อง
ซูหนัวหานส่ายหน้า จากนั้นก็ก้าวเข้าไปในบ้านสวน
ตอนนี้ลุงสามคนกับป้าสองคนกำลังตั้งบันได ส่งกระเบื้องต่อกันขึ้นไปบนหลังคาเพื่อซ่อมแซม
กระเบื้องพวกนี้มีไม่มากอย่างที่ผู้ใหญ่บ้านบอกจริง ๆ แถมยังเป็นเพราะชื่อเสียงด้านคุณธรรมทางการแพทย์ของเธอเลื่องลือไปถึงคอมมูน
เลขาธิการพรรคกับผู้ใหญ่บ้านช่วยกันค้ำประกัน จึงขอมาได้ตั้งพันกว่าแผ่น
โชคดีที่บ้านสวนของเธอไม่ได้ใหญ่โตอะไร กะด้วยสายตา...ไม่นับลานหน้าบ้าน แค่ตัวบ้านที่มีสองห้องกับห้องรับแขก รวมกันก็เพียงห้าสิบกว่าตารางเมตรเท่านั้น
