“โห สวี่เยว่ แกถูกหวยมาหรือไง?”
“ร้านนี้ฉันยังไม่กล้าเข้าไปกินเลยนะ มื้อนี้ตั้งสองร้อยกว่าหยวนได้มั้ง สวี่เยว่ แกถูกลอตเตอรี่เหรอ?”
“อ๊า ขอชิมคำหนึ่ง!”
“รีบบอกมาเลย แกถูกหวยใช่ไหม!”
สวี่เยว่กินไปพิมพ์ไป “แหะ ๆ อาหารกลางวันน่ะ บริษัทสั่งให้”
“โห สวี่เยว่ แกไปเจอบริษัทเทพเซียนที่ไหนมาเนี่ย?”
“บริษัทไหนเขาสั่งอาหารกลางวันแบบนี้ให้พนักงานกัน!”
“ฉันเคยดูร้านนี้นะ เซตคนเดียวที่ถูกที่สุดก็ร้อยกว่าหยวนแล้ว ของแกนี่เซตหรูใช่ไหม? ถูกที่สุดก็ยังสองร้อยกว่า บริษัทแกเงินเหลือใช้จนไม่รู้จะใช้ยังไงหรือไง?”
สวี่เยว่ทั้งอวดทั้งถ่อมตัว “โธ่ แค่โชคดีน่ะ โชคดีเฉย ๆ”
คนในกลุ่มคุยกันต่ออีกสองสามประโยค ก่อนจะค่อย ๆ เงียบไป ส่วนฉีเหยาที่เป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยมหาวิทยาลัยชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันตอนเย็น ที่ทำงานของฉีเหยาก็อยู่ไม่ไกลจากเธอ สวี่เยว่จึงตอบตกลง
หลังกินข้าวเสร็จ สวี่เยว่ไปล้างมือแล้วก็พบว่าคราวนี้ยิ่งเหลือเชื่อเข้าไปใหญ่ น้ำที่ไหลจากก๊อกเป็นสีแดง เธอถอนหายใจแล้วปิดก๊อกเงียบ ๆ ช่างเถอะ ไม่ล้างแล้ว
ในห้องทำงานของเธอมีโซฟาอยู่ตัวหนึ่ง พอกินข้าวเสร็จก็เริ่มง่วง เธอเอนตัวลงนอน งีบกลางวันอย่างสบายใจ ตื่นขึ้นมาแล้วค่อยกลับมาทำงานสลับกับอู้งานต่อ
คนที่บอกเมื่อตอนเช้าว่าจะให้คะแนนรีวิวแย่ ๆ ทักมาอีกครั้ง
คราวนี้เต็มไปด้วยความน้อยใจ
【คุณหลอกผม ผมฝึกยังไงก็ฝึกไม่เก่งเลย ผมไร้ประโยชน์จริง ๆ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ แม้แต่ฝึกยังทำไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ผมจะล้างแค้นได้ยังไง ผมมันไร้ประโยชน์จริง ๆ ทั้งที่มีบุญกุศลตั้งมากมาย แต่ยังทวงความยุติธรรมให้ตัวเองไม่ได้เลย】
สวี่เยว่: พี่ชาย นี่มันแค่เกมเองนะ ต้องอินขนาดนั้นเลยเหรอ?
แต่เธอก็ยังรีบปลอบเขา 【สวัสดีค่ะ เห็นคุณเสียใจฉันก็เสียใจมากเหมือนกันนะคะ แต่การฝึกต้องอาศัยเทคนิค คุณอาจจะยังหาเทคนิคที่เหมาะไม่เจอหรือเปล่าคะ?】
【เทคนิค? เทคนิคอะไร?】
【รอสักครู่นะคะ】
สวี่เยว่รีบค้นหารูปร่างโครงสร้างของห่านในเบราว์เซอร์แล้วส่งไปให้ 【สัตว์อย่างห่านไม่เหมือนคนนะคะ วิธีออกแรงก็ไม่เหมือนกัน ถ้าอยากใช้พลังต่อสู้ของห่านให้เต็มที่ ก็ต้องฝึกจุดสำคัญเป็นพิเศษค่ะ เอาละ ขอถามหน่อย ห่านเก่งที่สุดตรงไหนคะ?】
อีกฝ่ายถูกถามจนงงไปพักใหญ่ ก่อนจะตอบอย่างลังเล 【ปากเหรอ?】
【คุณพูดถูกแล้วค่ะ จุดที่ห่านเก่งที่สุดคือจะงอยปาก ด้านในจะงอยปากมีโครงสร้างเป็นซี่คล้ายฟัน เวลากัดจะทำให้เกิดแรงตัด ถ้ากัดแล้วไม่ยอมปล่อย แถมยังบิดไปมา ก็จะทำให้เกิดแรงฉีกอย่างต่อเนื่อง ความเจ็บปวดก็จะยิ่งทวีขึ้นค่ะ】
อีกฝ่ายดูเหมือนจะตกใจ ผ่านไปพักใหญ่ถึงตอบว่า 【ผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย】
【แนะนำให้คุณฝึกจุดนี้เป็นพิเศษนะคะ อีกอย่าง ตอนกัดคู่ต่อสู้ไว้ให้ตีปีกแรง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รอสักครู่ค่ะ เดี๋ยวฉันหาวิดีโอให้】
ต้องขอบคุณชาวเน็ตสารพัดประโยชน์จริง ๆ วิดีโอแบบไหนก็หาเจอ สวี่เยว่ลองค้นดูอยู่พักหนึ่ง แล้วก็เจอวิดีโอห่านจิกคนจากหลายมุมจนได้ แถมยังมีเสียงบรรยายสอนวิธีฝึกให้จิกคนเหมือนห่านด้วย
ฟังดูเหลือเชื่อ แต่ก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน
หลังสวี่เยว่ส่งวิดีโอไป อีกฝ่ายก็ตกใจ ผ่านไปพักใหญ่ถึงส่งอีโมจิร้องไห้กลับมา 【ขอบคุณนะครับ คุณเป็นพนักงานบริการที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย พอล้างแค้นสำเร็จแล้ว ผมจะตอบแทนคุณแน่นอน】
สวี่เยว่คิดในใจว่า ไม่ต้องตอบแทนหรอก ขอแค่อย่าให้คะแนนรีวิวแย่ ๆ ก็พอ
【ขอบคุณค่ะ ขอให้คุณสมหวังและล้างแค้นสำเร็จนะคะ】
อีกฝ่ายก็ออฟไลน์ไป
สวี่เยว่ยืดเส้นยืดสาย รู้สึกว่างานบริการลูกค้านี่สบายสุด ๆ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครทักมาอีกจนถึงเวลาเลิกงาน เธอเล่นเกมจับคู่เรียงสามอยู่ในห้องทำงานหลายชั่วโมง
หลังเลิกงาน เธอไปรอเพื่อนที่ร้านปิ้งย่างแห่งหนึ่ง
ตอนฉีเหยาเดินเข้ามา เธอเหลือบมองราคาในเมนูที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วรู้สึกเสียดายเงินนิดหน่อย แต่ก็ยังพูดว่า “ยินดีด้วยนะที่ได้งาน วันนี้ฉันเลี้ยงเอง”
สวี่เยว่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดเพราะหวังดี จึงตอบว่า “ไม่ต้องหรอก ฉันเลี้ยงเอง ฉันมีเงิน”
“แกมีเงินที่ไหนล่ะ ก่อนหน้านี้หางานตั้งเกือบครึ่งปี เงินเก็บทั้งหมดก็ยังไม่ถึงหมื่นหยวน แกไม่ต้องจ่ายค่าเช่าหรือกินข้าวหรือไง เพิ่งเริ่มงานใหม่ได้ไม่กี่วันก็ทำเป็นรวยแล้ว ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาทีหลัง แกจะได้อดตายจริง ๆ นะ?”
ฉีเหยาสนิทกับเธอที่สุด หลายเรื่องฉีเหยาก็รู้ดี สวี่เยว่จึงลดเสียงลง “ฉันไม่ได้โกหกนะ บริษัทจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าให้ฉันสามเดือน”
“จริงเหรอ? บริษัทแกก็ดีเหมือนกันนะ ที่แกเหนื่อยหางานมาครึ่งปีไม่เสียเปล่า ว่าแต่จริง ๆ แล้วงานใหม่แกทำอะไร ก่อนหน้านี้ปิดเป็นความลับตลอดไม่ยอมบอก”
สวี่เยว่หลบตาเล็กน้อย “ฉันเปลี่ยนสายงานแล้ว”
“ก็ต้องเปลี่ยนสิ ไม่เปลี่ยนแกก็หางานไม่ได้อยู่แล้วไหม เฮ้อ แกว่าพวกเราโชคอะไรเนี่ย ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกสาขายอดนิยม พอเรียนจบปริญญาโท สาขายอดนิยมที่ว่าแทบตกต่ำจนลุกไม่ขึ้น ทุกก้าวเหมือนเหยียบขี้หมาเลย ช่างเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว รีบบอกมา ตอนนี้แกทำงานอะไร?”
สวี่เยว่พูดเสียงเบา “ทำงานบริการหลังการขาย”
ฉีเหยาขมวดคิ้วทันที “เดี๋ยวนะ ทำไมแกถึงไปทำงานบริการลูกค้าล่ะ เงินเดือนจะสักเท่าไหร่กัน ถ้าขัดสนเงินจริง ๆ ก็บอกฉันสิ หลังเริ่มทำงานฉันก็เก็บเงินไว้บ้าง อย่างน้อยก็ให้แกยืมใช้ฉุกเฉินก่อนได้ งานบริการลูกค้ามันมีอะไรน่าทำ แกก็เรียนจบปริญญาโทมาไม่ใช่เหรอ เคยคิดถึงอนาคตบ้างไหม?”
สวี่เยว่พูดเสียงเบา “เพราะเงินเดือนสูง”
ฉีเหยาไม่เชื่อ “เท่าไหร่?”
สวี่เยว่ชูนิ้วสี่นิ้ว
ฉีเหยาดื่มน้ำอึกใหญ่ ก่อนจะสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง “สวี่เยว่ แกบ้าไปแล้วหรือไง แค่สี่พันหยวนเรียกว่าเงินเดือนสูงเหรอ ตอนนี้แกไปทำงานบริการลูกค้า แล้วต่อไปจะทำยังไง? แกจะยิ่งหางานดี ๆ ไม่ได้!”
สวี่เยว่พูดแทรก “เติมศูนย์เข้าไปอีกตัว”
ฉีเหยาพ่นน้ำออกมา “สี่...สี่...สี่หมื่นหยวนเหรอ? สวี่เยว่ แกบ้าไปแล้ว ใครเขาจ่ายเงินเดือนพนักงานบริการลูกค้าตั้งสี่หมื่นกัน แกฝันกลางวันอยู่หรือไง?”
สวี่เยว่คีบเนื้อที่ย่างสุกแล้วใส่ชามให้เธอ “เอาจริง ๆ ฉันก็ว่ามันเหลือเชื่อเหมือนกัน แต่บริษัทจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าให้ฉันสามเดือน รวมเป็นสิบสองหมื่นหยวน ตอนนี้ยังอยู่ในบัญชีฉันเลย”
ฉีเหยา: “เดี๋ยวนะ บริษัทแกคงไม่ได้ทำธุรกิจผิดกฎหมายหรอกใช่ไหม?”
“ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอไปทำงานได้ไม่กี่วัน ฉันก็รู้แล้วว่าทำธุรกิจผิดกฎหมายอะไรกัน ที่แท้เจ้านายแค่ซื่อบื้อแถมยังรวยมากต่างหาก”
“รีบเล่าให้ฉันฟังสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
