“ก่อนบ่ายสาม ฉันต้องเห็นเอกสาร” แซคุนตัดบทเขาแล้ววางสายทันที
เว่ยไฉที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อดตกตะลึงในใจไม่ได้ กระดูกชิ้นโตอย่างกรมการขนส่งนี้ มีเจ้าพ่อธุรกิจมากมายพยายามเคี้ยวอยู่นานถึงครึ่งปีก็ยังจัดการไม่ได้ ทว่าผู้เป็นนายกลับใช้เพียงไม่กี่ประโยคก็พลิกสถานการณ์มากุมอำนาจต่อรองไว้ในมือได้อย่างเด็ดขาด
“เจ้านาย เรื่องการขนส่งเรียบร้อยแล้ว ส่วนการประชุมตอนบ่าย...” เว่ยไฉลองหยั่งเชิง
“ดำเนินการตามแผนเดิม”
แซคุนเหลือบตามองเขา “มีเรื่องอะไรอีก?”
“พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบสามปี...ที่คุณถังเซี่ยวเสียครับ”
นิ้วมือของแซคุนขยับกำแน่นขึ้นเล็กน้อย
เมื่อสามปีก่อน ในเหตุลอบสังหารครั้งนั้น อีกฝ่ายใช้กำลังอาวุธหนักซุ่มโจมตี กระสุนเฉียดหัวใจของเขาไปเพียงนิดเดียว
แม้เขาจะรอดชีวิตมาได้ แต่ถังเซี่ยวกลับรับกระสุนนัดนั้นแทนเขา ก่อนสิ้นใจยังคว้าชายแขนเสื้อของเขาไว้ ฝากฝังถังมี่ที่มีอายุเพียง 15 ปีให้ดูแล
แม้ตลอดหลายปีมานี้เขาจะติดต่อกับถังมี่น้อยมาก แต่ในใจไม่เคยลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ล่วงลับ
“พรุ่งนี้ยกเลิกกำหนดการทั้งหมด จัดรถไปสุสานหลวง”
“ครับ ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
จากนั้นเว่ยไฉก็หมุนตัวเตรียมออกไป
“เดี๋ยวก่อน” จู่ ๆ แซคุนก็เรียกเขาไว้อีกครั้ง
“เจ้านาย มีอะไรอีกครับ?”
“ทางสุสานไม่ต้องเคลียร์คนออก ให้ทีมบอดี้การ์ดติดตามไปเงียบ ๆ ก็พอ”
“เข้าใจแล้วครับ” เว่ยไฉพยักหน้า ก่อนค่อย ๆ ออกจากห้องทำงานอย่างเบามือเบาเท้า แล้วปิดประตูไม้บานหนักให้สนิท
แซคุนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรไปยังคฤหาสน์หลานอวี่
โทรศัพท์ดังสองครั้ง ก่อนเสียงของพลอย แม่บ้านประจำคฤหาสน์จะดังขึ้น “คุณเฉินคะ?”
“โทรไปที่มหาวิทยาลัยนานาชาติรามา ลางานให้ถังมี่พรุ่งนี้”
พลอยรีบตอบรับ “ได้ค่ะ คุณผู้ชาย ฉันจะติดต่อทางมหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้”
“อีกเรื่องหนึ่ง...” แซคุนหยุดไปครู่หนึ่ง “ให้คนขับรถไปรับเธอที่มหาวิทยาลัย ก่อนเย็นวันนี้ต้องพากลับมาที่คฤหาสน์ให้ได้”
“เข้าใจแล้วค่ะ คุณผู้ชายไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะจัดรถไปรับคุณหนูมี่มี่เดี๋ยวนี้”
หลังวางสาย แซคุนก็ยกมือขึ้นปลดกระดุมคอเสื้ออย่างหงุดหงิด
ไม่รู้ทำไม พอเอ่ยถึงถังมี่ ภาพเหตุการณ์เหลวไหลเมื่อคืนบนโซฟาก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
กลิ่นผลไม้หอมเข้มข้น ข้อมือขาวเรียวของเด็กสาวที่ดูราวกับหักได้ด้วยมือเดียว รวมถึงเสียงวิงวอนสั่นเครือที่เจือสะอื้น...
แม้เขาจะพร่ำบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามันเป็นเพียงฝันลามกเหลวไหลที่ถูกฤทธิ์สุราครอบงำ แต่สัมผัสที่หลงเหลืออยู่ลึกลงไปในร่างกายกลับสมจริงจนน่ากลัว แม้แต่ความร้อนรุ่มที่พลุ่งขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุบริเวณเอวและหน้าท้อง ก็ยังย้ำเตือนถึงความสุขสมรัญจวนที่กัดกินเขาเมื่อคืน
บ้าชะมัด เหมือนถูกมนตร์สะกดเข้าให้แล้ว
แซคุนยกมือกดขมับที่เต้นตุบ ๆ ทำไมถึงปล่อยให้ความฝันเลือนรางไร้ตัวตนมาล่อลวงจิตใจได้กัน?
เขาลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองลงไปยังรถราที่เคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่างราวกับฝูงมด คิ้วยิ่งขมวดแน่นขึ้นทุกที
เรื่องนี้มีบางอย่างแปลกประหลาดจนบอกไม่ถูก
…………
ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องบรรยายแบบขั้นบันไดของมหาวิทยาลัยนานาชาติรามา ถังมี่นั่งอยู่แถวหลังสุด แต่ไม่ได้ยินเนื้อหาที่อาจารย์สอนแม้แต่คำเดียว
เพียงหลับตาลง เศษเสี้ยวเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อคืนก็หวนกลับมาอีกครั้ง
แสงไฟสลัว ร่างหนักอึ้ง แรงกดที่ข้อมือ และกลิ่นเหล้าฉุนจัดจากตัวผู้ชาย
เธอพยายามบอกตัวเองว่าทุกอย่างผ่านไปแล้ว
แต่ร่างกายกลับซื่อตรงยิ่งกว่าเธอ
ทุกครั้งที่มีใครเดินผ่านจากด้านหลัง ไหล่ของเธอจะแข็งเกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว พอได้ยินเสียงผู้ชายพูดกัน หัวใจก็พลันบีบรัด
เธอหยิบกล่องยาใบเล็กสีขาวออกจากกระเป๋าเป้ ก่อนก้มมองมัน
นี่คือยาคุมฉุกเฉินที่เธอซื้อจากร้านขายยานอกมหาวิทยาลัยเมื่อเช้า
เจ้าของร้านขายยาถามว่าต้องการความช่วยเหลือไหม ตอนนั้นเธอตอบเพียงว่าเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
ในจังหวะนั้นเอง ประตูหลังห้องเรียนก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน
อาจารย์ที่ปรึกษายืนอยู่ตรงประตู กวักมือเรียกเธอ
“นักศึกษาถังมี่ ออกมาข้างนอกหน่อย”
เด็กสาวรีบยัดกล่องยากลับเข้าไปในช่องด้านในของกระเป๋า แล้วก้มหน้าเดินออกไป
อาจารย์ที่ปรึกษาถือโทรศัพท์ไว้ในมือ น้ำเสียงอ่อนโยน “ที่บ้านส่งรถมารับแล้วนะ ลางานให้เธอพรุ่งนี้ด้วย ให้รีบกลับไป”
“ต้องกลับตอนนี้เลยเหรอคะ?” นิ้วมือของถังมี่งอลงเล็กน้อย
“ใช่” อาจารย์ที่ปรึกษาพยักหน้า “คนขับรถรออยู่ตรงประตูมหาวิทยาลัยแล้ว ช่วงนี้ไม่ค่อยสบายหรือเปล่า? สีหน้าดูแย่มากเลย”
ถังมี่ฝืนยิ้มบาง ๆ
“คงเพราะเมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นกลับไปพักผ่อนให้ดีนะ” อาจารย์ที่ปรึกษามองเธออยู่สองวินาที ยังคงไม่วางใจ “พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบวันตายของพ่อเธอใช่ไหม? ในเมื่อทางบ้านจัดการไว้แล้ว ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเรียน ทางมหาวิทยาลัยฉันจะลงบันทึกให้เอง”
“ขอบคุณค่ะอาจารย์”
เธอกอดกระเป๋าไว้แน่น ก่อนหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ด้านนอกประตูมหาวิทยาลัย รถมายบัคสีดำจอดอยู่ริมถนน
เมื่อคนขับเห็นเธอออกมา ก็รีบลงจากรถมาเปิดประตูให้
“คุณหนูมี่มี่ครับ”
ถังมี่พยักหน้าแล้วขึ้นไปนั่งเบาะหลัง
ภายในรถเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ แต่หน้าผากของเธอกลับยังมีเหงื่อซึมบาง ๆ
ระหว่างทาง คนขับเหลือบมองเธอผ่านกระจกมองหลังอยู่หลายครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอเงียบมาตลอด จึงค่อย ๆ ลดความเร็วลงให้รถแล่นนุ่มนวลขึ้น
“คุณหนูมี่มี่ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ? จะไปโรงพยาบาลไหม?”
ถังมี่รีบส่ายหน้า
“ไม่ต้องค่ะ ฉันแค่เหนื่อยนิดหน่อย”
พูดจบเธอก็หันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง
ตอนสี่โมงเย็น รถมายบัคแล่นเข้าไปในคฤหาสน์หลานอวี่
พลอยมายืนรออยู่ที่ประตูตั้งแต่เนิ่น ๆ
พอเห็นถังมี่ลงจากรถ เธอก็รีบเข้าไปหาและยื่นมือรับกระเป๋าเป้ของอีกฝ่าย
“คุณหนูมี่มี่ ทำไมสีหน้าถึงดูแย่ขนาดนี้คะ? ช่วงนี้เรียนหนักเกินไปหรือเปล่า?”
“อาจจะค่ะ” ถังมี่ตอบเสียงเบา
“ถ้าอย่างนั้นขึ้นไปพักก่อนนะคะ” พลอยมองเธออย่างเป็นห่วง “มื้อเย็นฉันจะให้ห้องครัวทำอาหารรสอ่อน ๆ พรุ่งนี้เช้าต้องไปไหว้คุณถัง คืนนี้ห้ามนอนดึกอีกนะคะ”
“ค่ะ”
เธอไม่ได้อธิบายอะไร แล้วหันหลังเดินขึ้นไปชั้นบน
พอเข้าห้อง สิ่งแรกที่เธอทำคือคล้องกลอนประตู
เธอหยิบกล่องยาออกจากกระเป๋าเป้ ลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็แกะห่อและกินยาตามคำแนะนำ
ถังมี่พิงหัวเตียง น้ำตาไหลลงมาในที่สุด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นจากนอกคฤหาสน์
ถังมี่ได้ยินเสียงคนรับใช้ทักทายจากชั้นล่าง
“คุณเฉินครับ”
จากนั้นเสียงฝีเท้าหนักแน่นของผู้ชายก็ดังตามมา
ถังมี่รีบลุกขึ้นอย่างลนลาน พอเดินไปถึงหัวบันไดก็เห็นแซคุนก้าวเข้ามาจากด้านนอกพอดี
ผู้ชายเพิ่งเสร็จจากงาน แขนเสื้อเชิ้ตสีดำพับขึ้นมาถึงข้อศอก แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดเข้ามาในห้องรับแขกจากด้านหลังเขา ทอดเงาร่างให้ยาวเหยียด
ถังมี่ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
แต่แซคุนเงยหน้าขึ้นมาแล้ว
สายตาทั้งสองสบกัน
ราวกับมีบางอย่างจุกอยู่ในลำคอของเธอ ผ่านไปหลายวินาทีจึงเอ่ยเสียงแผ่วว่า
“อาหนุ่ม”
เสียงสั่นจนแทบฟังไม่ชัด
เดิมทีแซคุนตั้งใจเพียงพยักหน้าให้ แต่ขณะเดินสวนกับเธอ ฝีเท้ากลับหยุดลงกะทันหัน
ในอากาศมีกลิ่นผลไม้จาง ๆ ลอยอยู่
บางเบา ก่อนสลายไปในพริบตา
กลิ่นนั้นเหมือนกับกลิ่นในความฝันเมื่อคืนไม่มีผิด
