เธอเตะเก้าอี้อย่างแรง
เสียงแหลมดัง “แกร๊ก” ก่อนเก้าอี้จะแตกหักและเริ่มพังเป็นชิ้น ๆ
เหล่านักเรียนในห้องต่างพากันยืนอึ้ง
เหยียนจื่อกวงรีบหันกลับมา มองเก้าอี้ที่แตกกระจายกับเสิ่นเจาหยุ่นที่ยังยกขายาวค้างอยู่ แล้วก็ตาค้างไปเลย
นักเรียนรุ่นพี่ที่อยู่นอกประตูฉวยโอกาสเบียดเข้ามาในห้อง ก่อนจะวิ่งปรู๊ดไปหลบตรงมุมห้องด้านใน
เสิ่นเจาหยุ่นเงยหน้า กวาดตามองทั่วห้อง จากนั้นก็ยกขาเตะซ้ำอีกครั้ง
“เอี๊ยด...โครม...”
ไม่กี่เสียงต่อมา เก้าอี้ก็พังยับเยิน ตะปูกับเศษไม้กองระเนระนาดอยู่บนพื้น
“คำตอบง่ายมาก ก็โค่นมันลงซะ โค่นทุกสิ่งที่เก่าแก่คร่ำครึและไม่เข้ากับยุคสมัย แล้วสร้างขึ้นใหม่!”
เสิ่นเจาหยุ่นจ้องหลัวเหวิน พลางเอ่ยทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“โค่นมันลงงั้นหรือ?” ในดวงตาของหลัวเหวินสะท้อนภาพเศษไม้ที่กระจายเต็มพื้น
รูม่านตาของหลิ่วอินก็เบิกกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
ทุกคนจับจ้องเสิ่นเจาหยุ่น ต่างถูกออร่าของเธอในตอนนี้สะกดเอาไว้
เสิ่นเจาหยุ่นคว้าปากกาโฟตอน แล้วเดินไปยังจอแสงอีกครั้ง
เธอหันไปมองนักเรียนด้านล่าง ปากกาในมือหมุนวนเป็นลวดลายอยู่สองสามรอบ ก่อนจะจรดลงบนภาพร่างโดยสังเขปของเมคารุ่นเริ่มต้นศูนย์บนจอแสง
เธอขีดกากบาทตัวโตลงไปอย่างฉับไว
ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเมคารุ่นเริ่มต้นศูนย์ หรือแผนภาพวิวัฒนาการของเมคาระดับ B ล้วนถูกรวมอยู่ในกากบาทนี้ทั้งนั้น
“เมคารุ่นเริ่มต้นศูนย์ปรากฏขึ้นเมื่อ 300 ปีก่อน ถ้าพวกเธอคิดว่าในวันนี้ซึ่งผ่านไป 300 ปีแล้ว มันล้าสมัย...
พวกเธอก็ควรโค่นมันทิ้ง แล้วออกตามหาเมคารุ่นเริ่มต้นศูนย์ในแบบของตัวเอง
ไม่ใช่คอยเพิ่มภาระให้โครงสร้างที่เก่าคร่ำครึและแบกรับน้ำหนักแทบไม่ไหวอยู่แล้ว
ภารกิจของมันคือปกป้องสหพันธ์ ปกป้องมนุษยชาติ
