คนอื่น ๆ ต่างพากันทอดถอนใจตาม “มิน่าเล่าล่ะ พี่หานถึงได้ลาออกจากตระกูลซูอย่างเด็ดขาดขนาดนั้น!”
ใคร ๆ ก็รู้ว่าเหตุผลที่หานเวยออกจากสถาบันวิจัยตระกูลซูในตอนนั้น เป็นเพราะแอบเรียนรู้เทคโนโลยีของคนอื่น จึงหนีไปซ่อนตัวอยู่ในดาราจักรชายขอบ
คนพวกนี้หลายคนก็มาที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวกัน
“พูดอะไรเหลวไหล? ของที่สถาบันเราพัฒนาขึ้นเอง ของตระกูลซูมีอะไรให้ฉันต้องเปลืองแรงศึกษา?” หานเวยกลอกตา “นี่ก็แค่เอาไว้ให้พวกนายฝึกมือเท่านั้น”
นี่มันดูถูกจู่จงกันขนาดไหนเนี่ย!
ไม่รู้หรือไงว่าจุดยืนของจู่จงคือพังให้สิ้นแล้วสร้างขึ้นใหม่ ไม่ตีกรอบให้เมคา แต่เปิดทางให้ทุกความเป็นไปได้?
จู่จงต้องการสร้างนวัตกรรมต่างหาก!
“ตาโจว แกพูดเป็นหรือเปล่า? การแอบเรียนรู้ของนักวิจัยจะเรียกว่าขโมยได้ยังไง? พวกเราเรียกว่าศึกษาต่างหาก” หญิงวัยกลางคนที่อยู่ข้าง ๆ จ้องตาเฒ่าคนนั้นเขม็ง
“เออ ๆ ๆ! งั้นพวกเราก็มาศึกษาระบบควบคุมนั่นด้วยกัน” ตาเฒ่าที่ชื่อโจวรีบเปลี่ยนคำพูดทันที
หานเวยคร้านจะอธิบายให้พวกเขาฟังมากความ รออยู่จู่จงไปนาน ๆ เดี๋ยวก็รู้เองว่าจู่จงเป็นแบบไหน
เขาก้มลงอ่านข้อความของเสิ่นเจาหยุ่น
อดบ่นในใจไม่ได้
คนบางคนถูกส่งขึ้นไปนอกอวกาศแล้วแท้ ๆ ทำไมยังต้องมาคอยเร่งความคืบหน้าอีก?
แต่ตอนนี้มีคนมาเพิ่มอีกเยอะ ต่อให้มีงานเท่าไรก็ทำไหวทั้งนั้น!
หานเวยตอบในกลุ่มอย่างมั่นใจ
[หานเวย: เธอเอาเวลาไปห่วงเรื่องทางนั้นของเธอเถอะ! ทางนี้ของฉันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไม่ต้องให้เธอมาคอยเร่ง!]
