“ใช่! เรื่องเดียวกับที่บรรพชนฉื่อเล่าเป๊ะเลย!” จวงเยว่เจ๋อเคี้ยวเมล็ดแตงโมดังกร้วม
“ไม่ใช่หรอก พี่ชายของเธอพูดถูกแล้ว เธอควรได้ใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้” ติงเฉิงยวี่ส่ายหน้า “ฉันเลยรับปากพี่ชายเขาไป ว่าจะตั้งชมรมขึ้นมาสักแห่ง แล้วสาบานว่าจะสร้างผลงานให้ได้ภายในสามปี ต้องทำให้ทุกคนเห็นว่าฉันทำได้หรือเปล่า! เฮ้อ พอเริ่มทำธุรกิจเองถึงได้รู้ว่ามันยากแค่ไหน...”
นี่แหละถึงเป็นเหตุผลที่บางครั้งเขาไม่อยากร่วมภารกิจกับชมรมกุหลาบ
เริ่มทำธุรกิจแต่ยังไม่เห็นผล จะให้เกาะผู้หญิงกินก็ไม่เข้าท่า เป็นลูกผู้ชายก็ต้องมีความรับผิดชอบ
อีกอย่าง ถ้าสุดท้ายทั้งคู่ไม่ได้ลงเอยกัน เขาก็ปล่อยให้เสี่ยวเวยถลำลึกไปกว่านี้ไม่ได้
แบบนั้นจะทำให้เสี่ยวเวยเสียเวลาเปล่า
แต่บางครั้งเขาก็ทนเห็นเสี่ยวเวยผิดหวังไม่ไหว
เฮ้อ...
“งั้นก็ไม่ใช่ตำนานเหลียงซานป๋อกับจู้อิงไถแล้ว แต่เป็น ‘อย่าดูถูกคนหนุ่มที่ยังจน’ ต่างหาก! หัวหน้าทีมมีปณิธานจริง ๆ!” เสิ่นเจาหยุ่นกำถั่วลิสงไว้ในมือ แต่ก็ยังไม่ลืมยกนิ้วโป้งให้หัวหน้าทีม
“หัวหน้าทีม งั้นตอนนี้ถือว่าทำธุรกิจสำเร็จแล้วหรือยัง? ทีมเปลวเพลิงเอ็กซ์ของเราติดอันดับความนิยมอยู่ที่สามร้อยกว่าแล้วนะ” จวงเยว่เจ๋อเลื่อนดูจอสมองกล
ต้องขอบคุณเสี่ยวอวิ๋นกับการแข่งขันประเภททีมก่อนหน้านี้ ชมรมเปลวเพลิงเอ็กซ์จึงไต่เข้าไปอยู่ในสามร้อยอันดับแรกของสหพันธ์บนกระดานความนิยมถ้วยชิงอวี่ ส่วนในดาวหลัวเถียนก็อยู่อันดับห้า
ยิ่งความนิยมสูง คนก็ยิ่งสนใจ ทุกวันมีผู้ลงโฆษณามากมายติดต่อเติ้งอีหลินเพื่อคุยเรื่องร่วมงาน
ขอแค่หัวหน้าทีมพยักหน้า สมาชิกก็รับงานเป็นพรีเซนเตอร์และหาเงินค่าโฆษณาได้แล้ว
