เสิ่นเจาหยุ่นมองจอสมองกลที่ดับสนิท ก่อนพูดขึ้นเพื่อคลี่คลายบรรยากาศว่า “แค่ก... ปากจางปิงนี่ไม่ไหวจริง ๆ สักวันคงโดนคนเอากระสอบคลุมแน่”
จงเจิ้งหงโยนจอสมองกลให้ไต้หนิงหนิง แล้วพุ่งตัวออกไปอย่างฉุนเฉียว
“เดี๋ยวก่อน!” เสิ่นเจาหยุ่นโบกมือเรียกจากหน้าประตูอย่างแรง “เขาไม่ขายขาเมคาข้างนั้นให้คุณ แต่ฉันขายให้ได้! ฉันยังมีอีกข้าง ไม่เอาหนึ่งล้าน เอาแค่ห้าแสน!”
ทุกคนหันขวับมามองเธอพร้อมกัน
ไต้หนิงหนิงอ้าปากแล้วหุบลง สีหน้าเหมือนมีอะไรอยากพูดแต่ก็พูดไม่ออก
ขาทองอีกข้างเพิ่งติดตั้งเข้าไปในเมคาของโจวสุยเอง!
จงเจิ้งหงที่กำลังเดินฉับ ๆ เซถลาไปสองก้าว ก่อนหันกลับมาด้วยความโกรธ “เสิ่นเจาหยุ่น อย่าคิดว่าชนะฉันแล้ว...”
เสิ่นเจาหยุ่นตัดบทเขา “สามแสนเหรียญดารา เอาไหม?”
จงเจิ้งหงหน้าแดงก่ำ เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน จ้องเสิ่นเจาหยุ่นเขม็ง “ไสหัวไป!”
พอตะโกนจบ เขาก็ก้าวพรวด ๆ ออกประตูไป
เอาขาข้างหนึ่งคืนไม่ได้ แล้วเขาจะขาดขาอีกข้างหรือไง?
เสิ่นเจาหยุ่นมองแผ่นหลังที่ลับหายไปของเขา แล้วส่ายหน้า “จุ๊ ๆ นี่มันเลือกปฏิบัติชัด ๆ ยอมซื้อขาเมคาของจางปิง แต่พอมาถึงฉันกลับไม่ซื้อ”
“เดี๋ยวก่อน ในแบบแปลนดัดแปลงที่เธอให้ฉัน ไม่ได้บอกให้เราเอาขาเมคาอีกข้างของจงเจิ้งหงไปติดตั้งในเมคาของโจวสุยหรอกเหรอ?” เจียงหนิงถามอย่างสงสัย พลางถือแผ่นแบบแปลนไว้ในมือ
ไต้หนิงหนิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยักหน้ารัว ๆ
ใช่ เมื่อกี้เธอก็กำลังจะพูดเรื่องนี้พอดี
ขั้นตอนซ่อมบำรุงของพวกเธอคือ พอลูกค้าส่งเมคามา พวกเธอจะร่างแบบซ่อมขึ้นมาก่อน แล้วค่อยส่งให้เจาหยุ่นตรวจดู
