ติงฉีซิวโมโหจนมือกระตุกอีกครั้ง จอสมองกลแทบหลุดมือ เขาทนท่าทางหน้าด้านไร้ยางอายของเสิ่นเจาหยุ่นไม่ไหวแล้วจริง ๆ
พ่อแม่ของเขาเป็นศิษย์เก่าสถาบันสหพันธ์ หลังเรียนจบก็เจอเรื่องลำบากมามาก
เขารู้มาตลอดว่าสถาบันทั้ง “จน” ทั้ง “ล้าหลัง” จนใคร ๆ ก็ดูถูก
เดิมทีฝีมือของนักศึกษาก็ด้อยกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ถ้านิสัยของพวกเขายังกลายเป็นแบบเสิ่นเจาหยุ่นอีก สักวันสถาบันคงได้กลายเป็นตัวตลกแน่
แต่ตอนนี้ทั้งนักศึกษาปีหนึ่งก็เป็นแบบนี้ ปีสองก็เป็นแบบนี้ แม้แต่หลินชิงก็ยังเป็นแบบนี้...
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโมโห ชี้หน้าเสิ่นเจาหยุ่นอย่างเดือดดาล “หลินชิง! นี่หรือคนที่นายอยากเอาอย่าง? หน้าด้านไร้ยางอาย ขายหน้าชะมัด!”
“หลินชิง นายไปทำอะไรเขามากันแน่ ถึงได้ทำให้โมโหขนาดนี้” คราวนี้เสิ่นเจาหยุ่นสงสัยจริง ๆ
“อย่าไปสนใจเขา!” หลินชิงหันไปมองทางอื่น
เฝิงก่วงเบียดตัวออกมาจากฝูงชน ตะโกนเสียงดัง “รุ่นพี่หลินชิงสู้ติงฉีซิวไม่ไหวก็จริง แต่เขาเป็นคนของพวกเรา... เอ่อ ไม่ใช่! เป็นคนของสำนักยึดมั่นในคุณธรรม ถึงสู้ไม่ไหวก็ไม่ยอมให้คู่ต่อสู้ได้เปรียบหรอก!”
เขาหยุดพูดไปอึดใจ ก่อนจะยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิม “เพราะงั้นพอรุ่นพี่หลินชิงถอดชิ้นส่วนเมคาของติงฉีซิวเสร็จ ก็รีบยอมแพ้ทันที! ติงฉีซิวอยากแก้แค้นก็หมดทางแล้ว รุ่นพี่หลินชิงสุดยอดไปเลย ลูกผู้ชายตัวจริง!”
