“เรียกพวกเรามาทำไม?”
เมคาของเว่ยสวินค่อย ๆ บินเข้ามาจากด้านหลังเช่นกัน
เบื้องหลังเขายังมีเมคาของวิทยาลัยสหพันธ์ศักดิ์สิทธิ์น้ำค้างแข็งตามมาหลายเครื่อง
ลู่ทิงหลานยิ้มพลางโบกมือให้หลี่จิ่นเซวียน “สู้เลย! คนของเรามากันครบแล้ว”
ฉินเลี่ยยืนอยู่ข้างเมคาของเสิ่นเจาหยุ่น เอ่ยอย่างกระตือรือร้นเป็นพิเศษ “ถล่มเมคาพวกมันให้ยับ!”
หลี่จิ่นเซวียนเบิกตากว้าง กวาดสายตามองเมคาที่ยังสมบูรณ์ดีทั้ง 10 เครื่องตรงหน้า
พวกเราที่เหลือแต่ซากจะไปสู้ชนะได้ยังไง?
จากนั้นเธอก็ยกจอสมองกลขึ้นอย่างไม่ลังเล แล้วกดปุ่มลึกลับปุ่มหนึ่ง
วินาทีถัดมา กล้องบินที่อยู่เหนือศีรษะทุกคนก็ส่งเสียงขึ้น
[ทุกคนโปรดทราบ ยืนยันการสับเปลี่ยนทีมกลับเข้าสู่สนามของวิทยาลัยอังโกลัวแล้ว ผู้เข้าแข่งขันทุกคนห้ามโจมตีผู้เข้าแข่งขันจากวิทยาลัยอังโกลัว ผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษ]
สายตาของทุกคนหันไปจับจ้องหลี่จิ่นเซวียนทันที
เสิ่นเจาหยุ่นปรบมือ “ตอบสนองไวขนาดนี้เลยเหรอ?”
เธออุตส่าห์เตรียมประโยคเด็ดจากหนังดังไว้ตั้งมากมาย สุดท้ายกลับไม่มีโอกาสได้ใช้สักประโยค
ประโยคที่ว่า “ผู้รู้กาลเทศะย่อมเป็นยอดคน” ก็ยังไม่ทันได้พูดเลย
จ้าวจงอวี่กำหมัดทั้งสองข้าง จ้องหลี่จิ่นเซวียนอย่างขุ่นเคือง “เธอไม่คิดจะขัดขืนสักหน่อยหรือไง? ไม่ใช่เธอพูดเองเหรอว่าจะร่วมมือกันต้านพวกนั้น?”
“หัวหน้าทีม...” ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ของวิทยาลัยอังโกลัวมองกล้องบินเหนือศีรษะอย่างกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
เมื่อกี้หัวหน้าทีมยังพูดอยู่เลยว่าจะร่วมมือกับสถาบันจักรวรรดิไปสู้กับสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่ง
