“โครม!” ค้อนของเซี่ยซิงอวี่ฟาดลงบนประตูเต็มแรง
เธอมองเสิ่นเจาหยุ่นที่อยู่ข้างในและไม่ขยับเขยื้อนสักนิด ใจก็ร้อนรนขึ้นมา
มือติงเฉิงยวี่สั่น เขาหันขวับมาร้องอย่างตกใจ “ทุบไม่ได้นะ!”
นี่มันอุปกรณ์ระดับสูงเชียวนะ ราคาตั้งเกือบ 30 ล้านเหรียญดารา!
เขาวางแผนมาตั้ง 2 เดือน กว่าจะยอมควักเงินซื้อมา
“ทุบไม่ได้เหรอ? อ้อ! งั้นฉันควรเปลี่ยนไปใช้เลื่อย” เซี่ยซิงอวี่ก้มมองกรอบประตู แล้วหันไปมองเสี่ยวอวิ๋น เผื่อเศษกระจกตกใส่เสี่ยวอวิ๋นขึ้นมาจะทำยังไง?
สมกับเป็นหัวหน้าทีม คิดรอบคอบจริง ๆ
“อย่า...ทุบ...ฉันไม่เป็นไร” เสิ่นเจาหยุ่นฝืนตะแคงตัวมองพวกเขา แล้วพ่นลมหายใจออกมา
อุปกรณ์นี่ต้องแพงแน่ ๆ ต่อให้เหลือแรงหายใจเฮือกเดียว เธอก็ต้องห้ามเซี่ยซิงอวี่ให้ได้
“เสี่ยวอวิ๋น เธอไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ?” เซี่ยซิงอวี่โยนค้อนทิ้ง แล้วแนบตาทั้งสองข้างกับฝาครอบกระจก มองดูสภาพข้างในอย่างไม่วางใจ
“ฉันสบายดีสุด ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ...” เสิ่นเจาหยุ่นนอนแผ่บนพื้น เหยียดแขนขาออกแล้วหัวเราะอย่างเบิกบาน
เธอคิดแนวทางใหม่ให้เมคาพลังจิตได้แล้ว
เดิมทีเธอคิดว่าคงต้องลองผิดลองถูกอีกหลายเดือนกว่าจะมีความคืบหน้า
ไม่คิดเลยว่าอุปกรณ์ของหัวหน้าทีมจะช่วยจุดประกายความคิดให้เธอได้
ถ้าส่งกระแสข้อมูลเข้าไปตรง ๆ แล้วข้อมูลมีปริมาณมากเกินไป...
ก็แค่ติดตั้งอุปกรณ์กรองข้อมูลไว้ที่ส่วนอื่นของเมคาอีกจุดหนึ่ง
เหมือนอะไรน่ะหรือ? เหมือนปลาหมึกไง
ปลาหมึกไม่ได้มีแค่ศูนย์ประสาทอยู่ในหัว แต่หนวดแต่ละเส้นยังมีปมประสาทของตัวเองด้วย เพราะอย่างนั้นถึงตัดหนวดทิ้ง หนวดก็ยังขยับได้
