ติงเฉิงยวี่ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับไว้ที่ศีรษะและแขนขาของเสิ่นเจาหยุ่น แล้วเปิดเครื่องทันที
เสียงกระแสไฟฟ้าดังซ่า ๆ ขึ้นมาจากในแคปซูลแก้ว
เสิ่นเจาหยุ่นที่เมื่อครู่ยังนอนแผ่เหมือนหมาตาย จู่ ๆ ก็ร้อง “อ๊าก!” แล้วเด้งผึงขึ้นมา
เธอกระโดดไปมาอยู่ข้างใน “ฉันล่ะเชื่อเลย! นี่มันวิธีรักษาแบบไหนกันเนี่ย? ชา... ซี้ด... ร้อน... เจ็บ ๆ ๆ...”
จวงเยว่เจ๋อเห็นแล้วหดคอ “ไอ้นี่น่ากลัวกว่าฝึกซ้อมอีก”
โบรกเกอร์จางโบกธงเชียร์อยู่ข้างนอก “ทรมานแค่ครึ่งเดือน สุขสบายไปทั้งชีวิต! บรรพบุรุษ สู้เขา!”
“อดทนไว้นะ!” มือซ้ายของติงเฉิงยวี่ยังค้างอยู่บนแผงควบคุม “ตอนนี้ยังอยู่ระดับต่ำสุดเลย เสวี่ยโม่ยังใช้ระดับสูงสุดได้ด้วยซ้ำ!”
เสิ่นเจาหยุ่นรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อขากระตุก ตั้งแต่ผิวหนังไปจนถึงเนื้อมีความรู้สึกชาซ่า ๆ
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งไปทั่วร่างตามเส้นเอ็นของเธอ
ร่างกายของเธอพลอยกระตุกตามไปด้วย
เปลือกตาของเสิ่นเจาหยุ่นสั่นระริก แต่ดวงตากลับยิ่งสว่างขึ้นเรื่อย ๆ “พังผืด... เส้น...”
ข้อมูลการคำนวณมากมายในห้องทดลอง รวมถึงวัสดุสังเคราะห์ที่ล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง พลันผุดขึ้นมาในหัว
แขนที่วางอยู่ในแคปซูลหนังสั่นกระตุก ร่างกายชาและร้อนผ่าว แต่สติของเธอกลับแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ยังขาดอีกนิดเดียว...
เสิ่นเจาหยุ่นกัดฟันข่มแรงกระตุ้นที่อยากกระโดด แล้วแนบตัวติดกับผนังกระจกแน่น
