“เวลาที่เหลื่อมกันร้อยปี รสชาติของสุราเปลี่ยนไป แต่ความคิดถึงของผู้คนไม่เคยเปลี่ยน จึงได้ชื่อว่า ‘ความคิดถึง’” เสิ่นเจาหยุ่นเหม่อมองจอกสุรา
“จอกที่เธอถืออยู่เป็นสุราหมักสามปีนะ หลังเนินเขาของกองร้อยเรามีห้องเก็บสุราที่ฉื่อฉินขุดไว้ ได้ยินว่าข้างในยังเก็บสุราหมักเหลื่อมเวลาที่ฉื่อฉินหมักไว้เมื่อก่อนด้วย น่าเสียดายที่ฉันไม่มีกุญแจ! แต่ถ้าเธอเข้ากองร้อย 302 ฉันจะให้เฮ่ออวิ๋นปินไปขโมยมาให้!” ถงอวี่เฉียวโรยพริกป่นลงไปหนึ่งกำมือ แล้วเหลือบมองเสิ่นเจาหยุ่นอีกครั้ง
เธอยังไม่เลิกล้มความคิดที่จะดึงเสิ่นเจาหยุ่นเข้ากองร้อย 302
เสิ่นเจาหยุ่นไม่ได้ตอบถงอวี่เฉียว เพียงหมุนจอกสุราในมือ มองฟองอากาศผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย
ห้องเก็บสุรางั้นหรือ...
เธอจำได้ว่าอยู่หลังเนินเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ของค่าย ตอนนั้นพวกเขาหลายคนช่วยกันขุด
ลึกสองเมตร กว้างยาวยี่สิบเมตร ข้างในเก็บของรักของหวงของแต่ละคนไว้
สุราของฉื่อฉิน วัสดุต่าง ๆ ที่เธอสะสมไว้ แร่ที่คุณหนูเซี่ยหาเจอ...
เวลาผ่านไปสามร้อยปี ห้องเก็บสุรายังอยู่ สุรายังอยู่ แต่คนไม่อยู่แล้ว
เธอแหงนหน้าดื่มไปอึกหนึ่ง สมกับเป็นสุราหมักสามปีจริง ๆ ฝาดนิด ๆ แต่มีรสหวาน แล้วถ้าเป็นสุราหมักสามร้อยปีจะรสชาติเป็นยังไงนะ?
ระหว่างที่ครุ่นคิด เธอก็มองไปยังคุณหวังตัวน้อยกับคนกองร้อย 302 ซึ่งอยู่ห่างออกไปสามเมตร...
ใต้แสงจันทร์ คนกลุ่มนั้นพันกันเป็นก้อน ฝุ่นฟุ้งกระจาย เสียงหัวเราะปนกับเสียงด่าทอจนแยกไม่ออก
