เสิ่นเจาหยุ่นรับเนื้อย่างจากหลัวเหอชิงมาอย่างเอื่อยเฉื่อย
เธอกัดคำหนึ่งแล้วพยักหน้า “ย่างได้กำลังดีเลย คราวหน้าขอเผ็ดกว่านี้อีกหน่อย!”
ถงอวี่เฉียวผู้ดูแลเตาย่างควักขวดพริกป่นออกมาทันที
เธอโรย เธอโรยไม่ยั้ง...
เธอจะย่างเนื้อให้เสิ่นเจาหยุ่นติดใจจนขาดไม่ได้ให้ได้
สายลมยามค่ำพัดมา แสงแดงจากถ่านสะท้อนใบหน้าทุกคน น้ำมันจากเนื้อย่างหยดลงบนถ่านดังฉ่า ประกายไฟพุ่งวาบขึ้นทันที ก่อนควันดำจะลอยขึ้นแล้วจางหายไป
“เสี่ยวอวิ๋น ถึงกองร้อย 302 ของเราจะโดนหักแต้มความชอบทางทหารอยู่บ่อย ๆ แต่ต้องเชื่อนะว่าสวัสดิการของกองร้อย 302 ดีมาก อย่างห้องทดลองเคลื่อนที่ที่เธออยากได้ หรืออุปกรณ์ทางทหารที่ไม่วางขายทั่วไป ขอแค่เข้ากองร้อย 302 ต่อไปพวกเราซื้อให้หมด!”
เฮ่ออวิ๋นปินเหลือบมองถงอวี่เฉียวที่กำลังโรยพริกป่นอยู่ไม่ไกลอย่างระมัดระวัง ก่อนลดเสียงลง “อุปกรณ์บางอย่างเสี่ยวเฉียวอยากได้จนแทบจะน้ำลายไหลมานานแล้ว พวกเราเลยคอยขัดไว้ แต่ถ้าเป็นเธอ...อยากได้อะไรก็ได้หมด พวกเราทั้งกองร้อยจะช่วยกันสนับสนุนเธอเอง”
เสิ่นเจาหยุ่นมองเขา อยากถามเหลือเกินว่าใครกันแน่ที่ต้องสนับสนุนใคร
“ใช่ นอกจากสวัสดิการแล้ว คนในกองร้อย 302 ของเรายังมีน้ำใจต่อกันมากด้วย หลักการของกองร้อยเราคือ ผลประโยชน์ที่คว้ามาไว้ในมือได้ต่างหากถึงจะเป็นของจริง เบื้องบนจะลงโทษก็ช่างเถอะ สำคัญกว่าคือพี่น้องได้ผลประโยชน์เข้ากระเป๋า” หลี่หัวล้านเข้ามาร่วมวงด้วย
เสิ่นเจาหยุ่นมองคุณหวังตัวน้อยที่ยืนอยู่ด้านหลังเฮ่ออวิ๋นปิน แล้วหัวเราะอย่างไม่คิดจะเกรงใจ
“พวกนายกำลังแย่งคนของฉันอยู่เหรอ?” มือมันเยิ้มของคุณหวังตัวน้อยบีบต้นคอด้านหลังของเฮ่ออวิ๋นปิน น้ำเสียงยิ่งฟังยิ่งเย็นยะเยือก “แย่งเมคาของฉันไปแล้ว ยังจะมาแย่งคนของฉันอีก?”
