มุมปากของเสิ่นเจาหยุ่นยกขึ้น ในที่สุดก็จะเริ่มคุยกันสักที ไม่เสียแรงที่เธอถ่วงเวลามาตั้งนาน
หลานเวยอวี่เบิกตากว้างทันที มองหลี่จิ่นเซวียนที แล้วมองเฉินถังที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ที
ถึงกับต้องมาขอร้องสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งกันหมดเลยหรือ!
ใครจะคิดว่า ก่อนการแข่งขัน เธอยังภาวนาให้วิทยาลัยของตัวเองติดสามอันดับแรกในการแข่งขันรอบแรกอยู่เลย
แต่ตอนนี้ ต่อให้สองวิทยาลัยนี้โมโหจนแทบคลั่ง ก็ยังต้องก้มหัวมาขอคุยกับพวกเขาอยู่ดี
ภาระหนักอึ้งที่กดทับเธอมาตลอดเหมือนเบาลงไม่น้อย หลานเวยอวี่หัวเราะอย่างสะใจ “ฮ่า ๆ ๆ…”
โจวป๋ออัน เถาไป๋เซวียน เซี่ยไป๋ และคนอื่น ๆ ก็เชิดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
แล้ววิทยาลัยอังโกลัวจะทำไมล่ะ? สุดท้ายก็ยังต้องมาคุยกับพวกเราอยู่ดี!
นี่สินะ ผลลัพธ์ของการแข็งแกร่ง?
ถ้าอย่างนั้นก็แข็งแกร่งต่อไปเรื่อย ๆ เลย!
หลี่จิ่นเซวียนได้ยินเสียงหัวเราะของหลานเวยอวี่แน่นอน แต่ทำได้เพียงอดทนกล้ำกลืนลงไป
ที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะความโกรธหรือความอัดอั้น ก็ไม่อาจบรรยายความรู้สึกของเธอในตอนนี้ได้แล้ว
เห็น ๆ อยู่ว่าวิทยาลัยตกต่ำมาถึงขั้นนี้เพราะคนจากสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งอยู่เบื้องหลัง แต่เพื่ออันดับ เธอก็ยังต้องก้มหัวข่มความโกรธมาขอเจรจาความร่วมมือกับอีกฝ่าย
ช่วยไม่ได้ โกรธไปก็ไม่มีประโยชน์ อันดับเกี่ยวข้องกับงบประมาณจากส่วนกลางและการรับนักเรียนของวิทยาลัย…
“หลี่จิ่นเซวียนนี่รู้จักยืดหยุ่นตามสถานการณ์จริง ๆ” จ้าวจงอวี่ก้มหน้าถอนหายใจ
ลิลี่ เฮย์สก้มลงเก็บก้อนหินอย่างเบื่อหน่าย “หัวหน้าทีม ไม่ต้องดูถูกตัวเองหรอก คุณไม่มีอะไรให้ยืดหยุ่นแล้วต่างหาก ถ้าคุณเป็นแบบเธอ คุณยืดหยุ่นเก่งกว่าเธออีก”
