จ้าวจงอวี่ถอนหายใจออกมา “ปีนี้สถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งมีคนเก่งโผล่มาคนหนึ่ง”
หลี่จิ่นเซวียนหัวเราะเยาะ “หึ ก็ถือว่าเก่งอยู่จริง ๆ”
คนที่ปั่นหัวสถาบันตั้งหลายแห่งจนวุ่นวายไปหมด ถ้าไม่เรียกว่าเก่งแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?
แม้แต่เฉินถังผู้สุขุมเยือกเย็นมาตลอด ยังพูดไม่ออกกับความหน้าหนาไร้ยางอายของคนจากสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่ง
แต่เธอก็ไม่พูดอะไรต่อ เพียงกวาดตามองอันดับคะแนนบนจอสมองกลอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้วิทยาลัยผิงเหออยู่อันดับสี่ ด้านหน้าคือวิทยาลัยอังโกลัว ซึ่งคะแนนของทั้งสองฝ่ายห่างกันไม่มาก
ตอนนี้กำลังรบของวิทยาลัยอังโกลัวเสียหายยับเยิน ขอแค่คนจากสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งรับภารกิจนั้นไป
วิทยาลัยผิงเหอก็มีหวังแซงวิทยาลัยอังโกลัว คว้าอันดับสามมาได้
เฉินถังหรี่ตา จับจ้องบรรพบุรุษหมายเลข 01 อย่างตั้งใจ
เธอควรใช้เงื่อนไขอะไรถึงจะโน้มน้าวสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งได้?
เสิ่นเจาหยุ่นสังเกตเห็นสายตาของเฉินถัง จึงเอียงคอยิ้มให้เธอ ก่อนแกว่งขวดน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตในมืออย่างตามสบาย “คราวนี้ยานสับเปลี่ยนกำลังของพวกเธอมาช้าจังนะ ยังคิดจะให้คนส่งของเอาของออกไปขายสักหน่อยอยู่เลย”
“ขายเหรอ? ขายเอาเงินน่ะหรือ?” แววตาของเฉินถังวูบไหว
คนที่ทำเรื่องอย่างประมูลชิ้นส่วนเมคายมทูตของสถาบันจักรวรรดิได้ คงงกเงินจริง ๆ สินะ
ขณะนั้นเอง ยานลำหนึ่งบินมาถึงเหนือศีรษะทุกคน ก่อนค่อย ๆ ร่อนลงบนชายหาดเบื้องหน้า
ประตูยานเปิดออกเสียงครืน มีเจ้าหน้าที่ในชุดปฏิบัติงานทยอยลงมาหลายคน
