เสิ่นเจาหยุ่นกับหลี่เสวี่ยโม่ยังไม่รีบร้อนแข่งต่อ ทั้งคู่คิดจะไปดูการแข่งขันของคนอื่นก่อน
ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันอันดุเดือด ทั้งสองกลับทำตัวว่างงานราวกับวัยรุ่นเร่ร่อน
พวกเธอแวะยืนเป็นระยะ ชี้ไม้ชี้มือวิจารณ์ผู้เข้าแข่งขันบนสนามของคนอื่น
“เมคาสีน้ำเงินตัวนั้นน่าจะแพงที่สุดในตอนนี้แล้วมั้ง? ราคาแตะ 80 ล้านเหรียญดาราแล้วหรือเปล่า?” หลี่เสวี่ยโม่ตาเป็นประกาย ชี้ไปยังเมคาตัวหนึ่งบนสนามประลองหมายเลข 17 อย่างตื่นเต้น
สนามนี้น่าจะเพิ่งจับฉลากเสร็จ นักเรียนอีกคนที่ต้องแข่งด้วยยังมาไม่ถึง ผู้ชมที่ยืนอยู่ข้างสนามก็มีไม่กี่คน
ทั้งสองแค่เห็นว่าเมคาของอีกฝ่ายคุณภาพไม่ธรรมดา เลยหยุดยืนชื่นชมเท่านั้น
เสิ่นเจาหยุ่นยืนแอ่นแขนเป็นท่าเอียงเอนสบาย ๆ ใช้แขนขวาพาดไหล่หลี่เสวี่ยโม่อย่างเกียจคร้าน “ไม่ใช่แค่ 80 ล้านหรอก นี่เป็นเมคาระดับ Sที่ผ่านการดัดแปลงมาแล้ว สีเคลือบภายนอกเป็นสีน้ำเงินดาราจักรรุ่นล่าสุดตอนนี้ ส่วนปากกระบอกปืนแพงหูฉี่ ติดตั้งเครื่องลดอุณหภูมิ ‘ศูนย์วินาที’ ของตระกูลซูเข้าไปด้วย เครื่องละ 8 ล้านเหรียญดารา”
“ว้าว! มีปากกระบอกปืนตั้ง 6 อัน งั้นก็ต้อง 48 ล้านเหรียญดาราเลยน่ะสิ?”
หลี่เสวี่ยโม่เกาหัวคัน ๆ เพราะโดนผมหยิกฟูของเสิ่นเจาหยุ่นทิ่มเข้าให้
“ก็ประมาณนั้นแหละ” เสิ่นเจาหยุ่นกลอกตา ก่อนตบหัวหลี่เสวี่ยโม่เบา ๆ
“พูดถึงเรื่องนี้... ฉันต้องสอนอะไรเธอสักหน่อย คราวหน้าอย่าจ้องแต่จะถอดช่องเก็บแหล่งพลังงาน ช่องเก็บแหล่งพลังงานถอดช้าเกินไป แถมบางอันก็ไม่ได้มีราคาอะไร ลองดูปากกระบอกปืน เครื่องขับดัน โช้คอัพพวกนี้สิ... ของพวกนี้ปล่อยขายมือสองง่ายกว่าเยอะ”
“ถ้าเธอไม่พูด ฉันก็ลืมไปแล้ว มีดกากบาทของเธอใช้ไม่ถนัดเลย ถอดช้าไปหน่อย” หลี่เสวี่ยโม่ยังคงจ้องเมคาสีน้ำเงินตาไม่กะพริบ
