เติ้งอีหลินส่ายหน้า ตอนนี้ต้องจัดการงานก่อน
เธอหันไปพูดกับติงเฉิงยวี่ว่า “หัวหน้าติง จากแนวโน้มยอดขายที่เพิ่มขึ้นตอนนี้ เสื้อเชียร์อาจมีของในคลังไม่พอ ได้ติดต่อโรงงานให้เตรียมสินค้าเพิ่มหรือยังคะ?”
“อะไรนะ? ของในคลังไม่พออีกแล้วเหรอ?” ติงเฉิงยวี่เกาหัว
เมื่อวานเขาเพิ่งปรับจำนวนสินค้าในคลังไปไม่ใช่หรือไง?
“คราวนี้ไม่ได้มีแค่แฟนคลับมาซื้อค่ะ มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยที่ดูการแข่งขันแล้วสนใจ
พวกเขาคิดว่าดีไซน์เสื้อเชียร์รุ่นนี้เข้ากับสุนทรียะของชุดรบขับยานพาหนะบินได้มาก
พอสวมแล้วขับยานพาหนะบินได้ ดูเท่สะดุดตา แถมยังโดดเด่นอีกต่างหาก
พวกเขาบอกว่าใส่แล้วจะหล่อเด่นเหมือนบรรพบุรุษ ออร่าจับเต็มที่”
เติ้งอีหลินท่องข้อความที่ลูกค้าส่งมาอย่างจริงจัง
ติงเฉิงยวี่พูดไม่ออก เปิดบัญชีของเสี่ยวอวิ๋นขึ้นมาดู
ลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาถามราคาต่างแต่งตัวสีสันฉูดฉาดกันทุกคน
รูปโปรไฟล์เรียงกันเป็นพรวนเหมือนแก๊งเด็กแว้น ผมบนหัวก็มีทั้งสีแดง น้ำเงิน และเขียว ยิ่งแสบตาเท่าไรก็ยิ่งดี
แต่เสื้อเชียร์ของเสี่ยวอวิ๋นมีสีให้จับคู่ได้หมด
ที่เหลือเชื่อกว่านั้นคือยังมีคนอยากสั่งทำแบบเรืองแสง ให้ส่องแสงสีเขียวเหมือนสีผม หรือถ้าเป็นแสงสีแดงได้ยิ่งดี...
ถึงกับมีคนชมว่าเสี่ยวอวิ๋นมีรสนิยมดี
บอกว่าตอนเธอขับยานพาหนะบินได้แบบสีสันพรึ่บพรั่บ ยิ่งทำให้เสื้อเชียร์ดูเท่สุด ๆ
แม้แต่โครงหน้าที่ระบบทำให้พร่าเลือน ก็ยังดูมีเสน่ห์ขึ้นมาได้
ติงเฉิงยวี่เอ่ยอย่างงุนงงว่า “ฉันตามยุคสมัยไม่ทันแล้วหรือไง? ไม่ยักรู้ว่าเสื้อผ้าสะดุดตาจะมีข้อดีแบบนี้ด้วย
เมื่อก่อนเราไม่ได้ผลักสินค้าไปถึงกลุ่มลูกค้าที่ใช่ หรือว่าเรามองข้ามความต้องการของคนกลุ่มพิเศษมาตลอด?”
เติ้งอีหลินได้ฟังคำพูดของหัวหน้าติงก็เงียบไปเหมือนกัน
ฟังแล้วเธอก็คงตามยุคสมัยไม่ทันแล้วสินะ
เธอมองเสิ่นเจาหยุ่นที่กำลังขับยานพาหนะบินได้อยู่ในจอภาพ
พอมองแบบนี้ เสื้อก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดเท่าไรแฮะ
......
ส่วนเสิ่นเจาหยุ่นที่กำลังแข่งอยู่ก็อาศัยทักษะขับยานพาหนะบินได้สุดอลังการ ฝ่ามาจนถึงบริเวณใกล้เมืองผาสูงแล้ว
เมืองผาสูง เรียกว่าเมืองก็ไม่เชิง เรียกว่าเขตเหมืองแร่จะเหมาะกว่า
