หานเวยหันไป ก็เห็นนักวิจัยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองเขาด้วยสีหน้าอมทุกข์ไม่แพ้กัน
“ฉันไม่กินมื้อดึกตอนตีหนึ่งของนายได้ไหม?” นักวิจัยถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง
หานเวยถลึงตาใส่ “ไม่กินก็ต้องทำงาน! ห้าวัน เรามีเวลาแค่ห้าวันเท่านั้น! รีบเรียกทุกคนมาประชุม ฉันจะแบ่งงานให้ใหม่!”
“อะไรนะ? มีเวลาแค่ห้าวัน?” นักวิจัยตกใจ
หานเวยตบโต๊ะ “ทำไมจะทำไม่ได้? พวกนายย้ายมาที่นี่เพราะไม่พอใจที่ทางตระกูลซูไม่มีโอกาสให้แสดงฝีมือไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้โอกาสมาแล้ว กลับทำไม่ได้ซะงั้น?”
นักวิจัยพูดไม่ออก จึงเปลี่ยนเรื่อง “บรรพบุรุษตกลงเรื่องปรับปรุงสายการผลิตหรือยัง?”
มือที่หานเวยจับจอสมองกลชะงักไป “เรื่องนั้นไว้ค่อยว่ากันหลังจากเราจัดการงานตรงหน้าเสร็จ”
ถ้ายังไม่มีผลงาน ก็ยากจะพูดเรื่องที่ต้องใช้เงินมากขนาดนั้น
นักวิจัยถอนหายใจ “ก็ได้! ฉันไปตามคนมา!”
หานเวยนึกถึงปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นกับเวลาที่ถูกบีบให้สั้นลง แล้วรีบเรียกอีกฝ่ายไว้ “ไปขอยืมคนจากแผนกเมคาพลังจิตของฟางเยว่เพิ่มหน่อยสิ… ลองถามนักศึกษาสถาบันสหพันธ์ที่หนึ่งดูว่ามีใครสนใจเมคาของตระกูลซูบ้างไหม?”
“ได้!” นักวิจัยพยักหน้า
“จินเซียว รอก่อน…” หานเวยรู้สึกว่ายังไม่แน่ใจพอ จึงเปิดจอสมองกลแล้วดึงรายชื่อออกมา “เถาไป๋เซวียน เจียงหนิง ไต้หนิงหนิง… ถามให้หมด!”
จินเซียว นักวิจัยที่ถูกเรียก มุมปากกระตุก “แบบนี้นายก็แย่งคนของเขาไปหมดเลยน่ะสิ?”
“ก็ยังเหลือศาสตราจารย์อาวุโสให้เขาสองคนไม่ใช่เหรอ?” หานเวยเกาหัว “งานทางนี้เร่งกว่า ฉันมีเวลาแค่ห้าวันเองนะ!”
