ฉีเฉิงเอาเป็ดพะโล้ไปครึ่งหนึ่ง ได้ยินว่าหากแช่ไว้ในน้ำพะโล้ข้ามคืน พรุ่งนี้รสชาติจะดียิ่งขึ้น จึงใช้กะละมังตักน้ำพะโล้ไปอีกครึ่งหนึ่งด้วย
เท่านั้นยังไม่พอ เขายังไปโรงเรือนเพาะปลูกด้วยตนเอง เก็บผักสดมาเต็มตะกร้า ทั้งยังกล่าวว่าเดิมทีตั้งใจจะเล่นเพียงสองวันแล้วค่อยส่งจื่อเกอน้อยกลับคืน ทว่าบัดนี้ไม่ได้แล้ว เรื่องที่ฉีหลินก่อไว้ใหญ่หลวงนัก ต้องให้จื่อเกอน้อยอยู่จนถึงวันที่เจ็ดจึงจะหักล้างบัญชีกันได้
ทำเช่นนี้อยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ส่งพี่ชายผู้เดือดดาลของฉีหลินกลับไปได้
ฉือฮั่วไม่ยอม ชี้หน้าฉีเฉิงแล้วด่ากราดว่าเขากินแล้วก็ยังขนกลับไปด้วย ช่างไร้ยางอาย คราวหน้าเล่นแย่งชิงเจ้าที่ดิน เขาจะจับมือกับฉีหลิน เอาชนะฉีเฉิงให้ยับเยิน
ฉีเฉิงกระโดดโต้กลับ บอกว่าฉือฮั่วเป็นนักบวช แต่ยังกินเนื้อ ช่างไร้ยางอายยิ่งกว่า คราวหน้าเล่นแย่งชิงเจ้าที่ดิน เขาจะจับมือกับน้องสาว เอาชนะฉือฮั่วให้ได้ต่างหาก!
ฉีหลินกลอกตามองทั้งสองคน
ราชสำนักปิดตราวันที่ยี่สิบแปดเดือนสิบสอง และเปิดตราอีกครั้งวันที่สี่เดือนหนึ่ง รวมวันหยุดเทศกาลตรุษจีนทั้งสิ้นเจ็ดวัน
คืนส่งท้ายปีเก่า ราชสำนักจะจัดงานเลี้ยงใหญ่ในวัง เชื้อเชิญเชื้อพระวงศ์และขุนนางบุ๋นบู๊ชั้นผู้ใหญ่ร่วมงาน เป็นงานเฉลิมฉลองตามธรรมเนียมราชสำนัก เพื่อให้ฮ่องเต้และขุนนางร่วมรื่นเริง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ขุนนางผู้มีญาติผู้ใหญ่สายตรงถึงแก่กรรมและยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ล้วนได้รับอนุญาตให้งดเข้าร่วมงานเลี้ยงในวัง
จวนอู่อันโหวมีเหตุอันชอบธรรมให้งดเข้าร่วมงาน จึงพักอยู่ที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างสบายใจ
วันคืนส่งท้ายปีเก่า ทั้งเมืองอบอวลด้วยบรรยากาศรื่นเริงรับปีใหม่ เสียงฆ้องกลองดังกึกก้องตามตรอกซอกซอย ทุกบ้านประดับผ้าแดงแขวนสีสันสดใส มีเพียงจวนอู่อันโหวที่เคร่งครัดในธรรมเนียมไว้ทุกข์ ภายในจวนไม่มีผ้าแดง ไม่มีเทียนสีสด และไม่ติดกลอนคู่ปีใหม่ หน้าประตูเรียบขรึม การจัดแต่งทุกแห่งสง่างามเคร่งขรึม ไม่ผิดธรรมเนียมแม้แต่น้อย
