“แย่แล้วสิ!”
ฉีหลินพลันนึกถึงเรื่องที่ตนกับเสี่ยวอวี้เฉินก่อขึ้นได้ สิ่งแรกที่คิดคือรีบหาที่ซ่อน
นางคว้ามือเสี่ยวอวี้เฉินแล้ววิ่งออกไปทันที “อวี้เอ๋อร์ เร็วเข้า ท่านตาของเจ้าใหญ่ตามมาคิดบัญชีแล้ว ไปซ่อนกันก่อน”
เสี่ยวอวี้เฉินกำมือท่านย่าแน่นอย่างประหม่า ขาสั้น ๆ สับเร็วจี๋ ทั้งสองวิ่งเข้าไปในเรือนของอนุเฉินที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วซ่อนตัวหลังหีบใบใหญ่ในห้องของนาง
เสี่ยวหลีมองลงมาจากหลังคา อาการเคยชินจากอาชีพเก่าพลันกำเริบ อยากลงไปชี้แนะฮูหยินผู้เฒ่าว่าควรซ่อนตัวอย่างไรเสียจริง ดูสิว่าทั้งคู่ซ่อนตัวแบบไหนกัน ชายเสื้อกับมวยผมโผล่พ้นหีบออกมาตั้งขนาดนั้น อีกฝ่ายต้องตาบอดแค่ไหนถึงจะมองไม่เห็น
อนุเฉินงุนงงจนทำอะไรไม่ถูก คิดจะถามฉีหลินว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่กลับเห็นฉีหลินโบกมือห้ามนางพูดอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งยังไม่ให้นางถาม นางจึงยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างสับสน รอรับมือกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร
แต่สิ่งที่มาถึงกลับเป็นเด็กซนกลุ่มหนึ่ง พากันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกรูเข้ามา
“ท่านย่า พวกเรามาซ่อนด้วยกัน!”
“ท่านย่า พี่หญิงเจ็ด ข้าเห็นพวกท่านแล้ว หลานเอ๋อร์จะซ่อนด้วย!”
“อ๊ะ! ท่านย่าเล่นซ่อนหากับท่านตาใหญ่ เหตุใดไม่พาพวกเราเล่นด้วยเล่า?”
เสี่ยวหลี “……” ข้ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ซ่อนแบบไหนกัน น้องหญิงหกเห็นแวบเดียวก็หาเจอแล้ว
ฉีหลิน “……” สวรรค์ เด็กพวกนี้สร้างเรื่องเก่งเสียจริง ยังจะซ่อนอะไรกันอีก!
ฉีหลินกระแอมเบา ๆ ก่อนเดินออกมาจากหลังหีบ แล้วพูดแก้ขัดไปส่ง ๆ ว่า “พวกเจ้าช่วยอยู่เล่นกับเสี่ยวชีให้ดีนะ ท่านย่าจะไปพบแขก”
