“สามอันดับแรกของวิชาคำนวณมีนักเรียนอยู่สี่คน อันดับหนึ่งคือผานจี้อัน อันดับสองมีสองคนได้คะแนนเสมอกัน ได้แก่หวังสือเอ้อร์กับหลินข่าย ส่วนอันดับสามคืออู่ซื่อเชียน”
บรรดาผู้ปกครองมองผลการสอบวิชาคำนวณอันโดดเด่นของบุตรหลาน ต่างเผยสีหน้ายินดี ลอบชื่นชมความเก่งกาจของเด็ก ๆ แล้วพากันประสานมือขอบคุณฉีหลิน ซาบซึ้งในความสามารถและความเอาใจใส่ที่นางอบรมสั่งสอน
ฉีหลินพยักหน้ารับคำ พลางกดมือทั้งสองข้างลงเป็นสัญญาณให้ทุกคนพอได้แล้ว อย่าเอ่ยชมอีก นางจงใจเน้นน้ำเสียงเป็นพิเศษ พลางกล่าวถึงหวังสือเอ้อร์ซึ่งอายุน้อยที่สุดว่า
“ทุกท่านอาจยังไม่ทราบ หวังสือเอ้อร์เพิ่งอายุสามขวบกว่า ยังไม่ครบสี่ขวบ เข้ามาเรียนในสำนักศึกษาได้เพียงสามเดือนเท่านั้น
แต่วิชาคำนวณของเขาล้ำหน้าเด็กวัยเดียวกันไปไกลแล้ว การสอบครั้งนี้เขาใช้ข้อสอบของชั้นเรียนใหญ่โดยตรง
พรสวรรค์ด้านวิชาคำนวณของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปยิ่งนัก”
สิ้นคำกล่าว สายตาของทุกคนในห้องก็หันไปจับจ้องหวังจวี่หยวนพร้อมกัน
แววตาของผู้ปกครองรอบข้างเต็มไปด้วยความอิจฉาและเลื่อมใส เสียงกล่าวชมกับคำแสดงความยินดีดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย บรรยากาศคึกคักยิ่งนัก
“ใต้เท้าหวังช่างมีวาสนาดี บุตรผู้สูงส่งดุจมังกรกิเลน พรสวรรค์โดดเด่น!”
“อายุเพียงสามขวบก็มีความสามารถถึงเพียงนี้ วันหน้าต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่แน่!”
“ตระกูลหวังมีผู้สืบทอดแล้ว น่ายินดีนัก!”
เดิมทีหวังจวี่หยวนก็อารมณ์เบิกบานเพราะบุตรชายสอบได้ดีอยู่แล้ว ครั้นถูกทุกคนรุมล้อมกล่าวยกยอและแสดงความยินดี ก็ยิ่งรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ภายในอกเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ความรู้สึกเชิดหน้าชูตาแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
