อู่โย่วเฉินกับหลินข่ายถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกัน และได้รับมอบหมายให้ไปที่ลานฉีเหนียน
อู่โย่วเฉินตัวเล็ก แต่เสียงกลับไม่เล็กตาม เขาหนีบหนังสือพิมพ์ไว้แนบอก สูดหายใจลึก ก่อนจะตะโกนสุดเสียงขึ้นมา
“ขายหนังสือพิมพ์! หนังสือข่าวต้าหยง! รวมเรื่องราวน่าตื่นตาตื่นใจจากงานกีฬา! ภาพวาดสุดพิเศษ! ฉบับละ 3 อีแปะ! ผ่านมาแล้วอย่าพลาดเชียว!”
เขาตะโกนเสียงดังฟังชัด จนผู้คนที่ผ่านไปมาต่างเหลียวมอง
หลินข่ายยืนอยู่ข้างเขา มือกำหนังสือพิมพ์ปึกหนึ่งไว้เช่นกัน เขาอ้าปากแล้วก็หุบลง เห็นได้ชัดว่ายังไม่คุ้นชินกับการตะโกนเรียกลูกค้าบนถนน
อู่โย่วเฉินตะโกนไปสองสามครั้งก็หันกลับมามอง แล้วดึงแขนเสื้อของหลินข่าย “เจ้าก็ตะโกนบ้างสิ เอาแต่ยืนอยู่เฉย ๆ หนังสือพิมพ์จะบินออกไปขายเองได้หรือ”
หลินข่ายเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดก็เค้นเสียงออกมาได้ประโยคหนึ่ง “...ขายหนังสือพิมพ์” เสียงเบาราวกับยุงบิน
อู่โย่วเฉินกลอกตา ไม่ได้บังคับเขา แล้วตะโกนต่อไปด้วยตนเอง แต่ทุกครั้งที่มีคนเดินเข้ามาซื้อ เขาจงใจพาคนผู้นั้นไปหาหลินข่าย ให้หลินข่ายเป็นคนส่งหนังสือพิมพ์และรับเงิน
หลังผ่านไปหลายรอบ แม้หลินข่ายยังไม่ยอมตะโกนเรียกลูกค้า แต่ท่าทางตอนส่งหนังสือพิมพ์ก็คล่องแคล่วขึ้นมาก กระทั่งตอนทอนเงินยังกล่าวขอบคุณลูกค้าได้ด้วย
ฉินสือเยว่กับจางสือโถวได้รับมอบหมายให้ไปประจำหน้าสำนักศึกษา
ฉินสือเยว่เห็นผู้ใดสวมเสื้อยาวก็เรียก “ท่านอาจารย์” เห็นบัณฑิตหนุ่มก็เรียก “พี่ชาย” ฟังดูสุภาพเรียบร้อย ทว่าคำพูดที่ใช้ชักชวนให้คนซื้อหนังสือพิมพ์นั้นคมคายไม่น้อย
“บัณฑิตจะไม่อ่านหนังสือพิมพ์ได้อย่างไร”
