ฮ่องเต้วางจอกสุราลง กระแอมเบา ๆ พยายามรักษาสีหน้าให้อยู่กึ่งกลางระหว่างความน่าเกรงขามกับความใจกว้างอย่างพอดิบพอดี
พระองค์ไม่อาจปล่อยให้ป้าเซียนคิดว่าพระองค์กำลังสมน้ำหน้า แต่ก็ไม่อยากลงโทษฉีหลินจริง ๆ ทรงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะขรึมพระพักตร์ ตรัสเสียงเข้มว่า
“ฮูหยินผู้เฒ่าอู่ เสียมารยาทต่อหน้าพระพักตร์ ทั้งส่งเสียงเอะอะในท้องพระโรง อีกทั้งยังใช้สิ่งของทำร้ายทูตต่างแคว้น ตามกฎแล้วสมควรส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาโทษ”
ภายในท้องพระโรงเงียบกริบ ฉีเฉิงหดคอด้วยความตกใจ ส่วนฉีหลินก็หยุดหอบ รอฟังว่าจะมีรับสั่งอย่างไรต่อ
ฮ่องเต้ทรงเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงแฝงความขอไปทีอยู่เล็กน้อย
“แต่เห็นแก่เจ้าที่อายุมากแล้ว อีกทั้งเรื่องนี้เกิดจากความเดือดดาลต่อกิจการของบ้านเมือง เราจึงลงโทษสถานเบา ตัดเบี้ยหวัดสามเดือน เพื่อมิให้ผู้อื่นเอาเยี่ยงอย่าง”
ทรงเว้นจังหวะ ก่อนตรัสเสริมอีกประโยค “อีกประการหนึ่ง ให้เจ้ากลับจวนทันที แล้วจัดภาพร่างที่วาดไว้ในงานกีฬาเมื่อสองวันนี้ให้เรียบร้อยภายในคืนนี้ พรุ่งนี้นำขึ้นถวาย ห้ามผิดพลาด”
ฉีหลินชะงัก เงยหน้าสบพระเนตรที่ฉายแววขบขันของฮ่องเต้ พลันเข้าใจในทันทีว่าโทษตัดเบี้ยหวัดสามเดือนเป็นเพียงคำพูดให้คนอื่นเห็นเท่านั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงคือให้นางส่งภาพร่าง
นี่เรียกว่าลงโทษนางตรงไหนกัน เห็นชัด ๆ ว่าพระองค์หมายตาของที่นางวาดมาสองวันแล้ว ฮ่องเต้องค์นี้ช่างน่ารำคาญ ให้ทำงาน ให้ช่วยคิดแผน แม้แต่ภาพที่นางอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ยังจะเอา น่าหงุดหงิดชะมัด!
