ฉีหลินสาวเท้ามุ่งไปยังเรือนด้านหลัง พลางถามไปด้วยว่า “ซื่อจื่อบาดเจ็บหรือไม่? เด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้าง มีใครบาดเจ็บหรือถูกขวัญเสียหรือไม่? ลงนามในหนังสือหย่าแล้วหรือยัง?”
อู่ซื่อเชียนวิ่งเหยาะ ๆ ตามอู่ซื่อเซียวกับพี่สาว เมื่อได้ยินฉีหลินถามจึงหันกลับมาตอบว่า
“ท่านแม่ พี่หกไม่ได้บาดเจ็บ เลือดที่เปื้อนกายเป็นของจ้วงเหยียน พวกเราก็ไม่เป็นไร หนังสือหย่าลงนามแล้ว อยู่กับพี่หกขอรับ”
หลังจัดการให้อู่ซื่ออิงพักผ่อนเรียบร้อย ฉีหลินก็ออกคำสั่งต่อเนื่องกันสามข้อ
“อู่ซื่อเซียว เจ้าไปที่ว่าการโดยเร็ว นำหนังสือหย่าไปยื่นให้ลงทะเบียน ทำตามขั้นตอนของทางการให้ครบถ้วน ป้องกันเรื่องราวบานปลาย กลับมาแล้วค่อยพักผ่อน”
“เหวินจิ่น บ่าวไพร่ที่ติดตามสินเดิมของคุณหนูสี่ เจ้าจงสอบสวนให้ละเอียด คนมากมายเช่นนี้กลับคุ้มครองนายไม่อยู่ ทั้งยังส่งข่าวออกมาไม่ได้สักฉบับ พวกเขาลืมแล้วหรือว่าตนเป็นบ่าวของตระกูลใด?! จะให้รางวัลหรือลงโทษ เจ้าจัดการได้ตามสมควร”
“พ่อบ้านหู ให้พวกหญิงรับใช้กับคนงานในจวนช่วยกันเล่าเรื่องที่คุณหนูสี่เผชิญออกไปให้แพร่หลาย ไม่ต้องเสริมแต่ง เพียงบอกไปตามจริง
จากนั้นใช้เงินจ้างขอทานสักหลายกลุ่มให้ช่วยกันกระจายข่าว ข้าต้องการให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ถึงความประพฤติชั่วช้าของจวนโหวเซวียนผิงในวันพรุ่งนี้ คำครหาจากภายนอกต้องอยู่ในมือเรา!”
ทั้งสามคนต่างแยกย้ายไปจัดการงาน
หมอประจำจวนกำลังจับชีพจรให้อู่ซื่ออิง สีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นซับซ้อน คล้ายกำลังข่มโทสะเอาไว้
ท่าทีผิดปกติของหมอประจำจวนทำให้ฉีหลินรู้สึกไม่สบายใจ ตามปกติแล้วหมอจางผู้สุขุมเช่นนี้ไม่น่าจะแสดงปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี้
หรือร่างกายของคุณหนูสี่ทรุดหนักแล้ว? หรือจวนโหวเซวียนผิงใช้วิธีสกปรก หรือวางยานาง?
