บรรดาฮูหยินพากันล้อมเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างคนต่างพูด ทุกคนล้วนมีตำราเลี้ยงลูกที่อ่านยากคนละเล่ม
“บุตรีของข้าค่อนข้างเรียบร้อย เพียงแต่ขี้อายเกินไป พบผู้คนทีไรก็หลบอยู่หลังแม่นม หากได้ไปเรียนที่โรงเรียนเด็กเล็กในจวน เล่นกับคุณหนูรุ่นราวคราวเดียวกัน เรียนรู้กิริยาที่สง่าผ่าเผย คงจะดีไม่น้อย...”
“บุตรชายของข้าเริ่มเรียนหนังสือช้าไปสักหน่อย ทั้งยังกลัวพวกบัณฑิตเฒ่าคร่ำครึเหล่านั้นนัก ได้ยินว่าโรงเรียนเด็กเล็กในจวนเรียนรู้ผ่านการละเล่น ย่อมกระตุ้นความสนใจของเด็กได้ดียิ่ง...”
“พวกเรายินดีบริจาคหอหนังสือเล็ก ๆ สักหลัง! สร้างไว้ข้างโรงเรียนเด็กเล็กเลย!”
“พวกเราจะจัดหาผลไม้สดกับขนมให้ตลอดทั้งสี่ฤดู!”
“เครื่องเขียนของโรงเรียนเด็กเล็ก บ้านข้ารับผิดชอบเอง!”
เหวินจิ่นซูกับผานอิ๋งถูกก่อกวนจนแทบทนไม่ไหว ยามนี้ทั้งคู่ชักอิจฉาฉีหลินที่ออกไปหลบความวุ่นวายได้ ส่วนทางแขกบุรุษ อู่ซื่อเซียวก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก
ฉีหลินกินมื้อกลางวันที่หอหล่านเยว่ ซึ่งได้รับการต้อนรับเหนือกว่าบรรดาแขกผู้ทรงเกียรติหลายขุม สำรับเลิศรสทยอยยกขึ้นโต๊ะดุจสายน้ำ ภาชนะล้ำค่าและการจัดเลี้ยงก็หรูหราโอ่อ่า
ฉีหลินถือ ตะเกียบไว้ แต่กลับไม่กล้าคีบอาหาร สมัยก่อนใช้ชีวิตมาเกินครึ่งค่อนชีวิตเป็นบ้านนอกไม่เคยเห็นโลก คราวนี้จึงได้ประจักษ์เสียทีว่าอะไรเรียกว่าหรูหราแต่ไร้ประโยชน์ และอะไรเรียกว่าของหายากจึงมีราคา
เนื้อลิ้นนกยูงย่างน้ำผึ้งหนึ่งจาน มีเนื้อนุ่มเพียงไม่กี่ชิ้น ราคาเทียบเท่าเสบียงอาหารครึ่งเดือนของครอบครัวสามัญ รสชาติมีเพียงหวานอ่อน ๆ กับเนื้อนุ่มละเอียด อาศัยวัตถุดิบหายากมาช่วยพยุงหน้าตาเท่านั้น
แกงหนวดมังกรเส้นเงินหนึ่งชาม น้ำแกงไก่จืดชืด กระเพาะปลาและหน่อไม้ซอยเป็นเส้นบางราวเส้นผม ชามใหญ่แต่น้ำแกงน้อย สิ่งที่กินเข้าไปล้วนเป็นฝีมือการแล่หั่นกับชื่อเสียงของอาหาร
