ขบวนธงหลากสีเคลื่อนเข้าสู่ลานกว้างอย่างยิ่งใหญ่ ธงหลากสี 120 ผืนพลิ้วไหวอยู่กลางสายลม
เหล่าเด็กน้อยเชิดหน้าอกผาย สายตาแน่วแน่ราวคบเพลิง มือที่จับด้ามธงนิ่งสนิท มีเพียงผืนธงที่สะบัดส่งเสียงดังพรึ่บพรับตามแรงลม ประหนึ่งพวกเขาเองก็กลายเป็นธงผืนแล้วผืนเล่า ซึ่งโบกสะบัดต้านลมอยู่เช่นกัน
เสียงของเจ้าหน้าที่ขานพิธีมิได้คล้ายเปล่งออกมาจากลำคอ หากกลับประหนึ่งสั่นสะเทือนออกมาจากผนังด้านในของระฆังใบใหญ่ เสียงทุ้มกังวานยาวนาน ทุกถ้อยคำแฝงเสียงกังวานดุจโลหะ
“ความสำเร็จของพิธีอันยิ่งใหญ่นี้ มิใช่ผลงานของราชสำนักเพียงฝ่ายเดียว หากยังอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากทุกวงการในเมือง ร่วมเฉลิมฉลองยุคสมัยอันรุ่งเรือง ธงหลากสีที่โบกสะบัด คือภาพย่อของการค้าขายอันเฟื่องฟูแห่งต้าหยง”
เหล่าพ่อค้าที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนเงียบงันไปก่อน จากนั้นก็ประหนึ่งถูกบางสิ่งกระแทกเข้าอย่างจัง หลายคนอดยืดหลังตรงขึ้นมาไม่ได้
เถ้าแก่ร่างอ้วนของโรงเตี๊ยมเต๋อเซิ่งโหลวเดิมทีกำลังเขย่งปลายเท้ามองธงหลากสี พอได้ยินถ้อยคำนี้ก็ชะงักงัน เมล็ดแตงในมือร่วงลงพื้นหมดแล้วยังไม่ทันรู้ตัว
เสี่ยวเอ้อข้างกายผลักเขาเบาๆ เขาจึงได้สติ ริมฝีปากสั่นระริกอยู่สองครั้ง ก่อนตบต้นขาฉาดใหญ่
“ได้ยินหรือไม่! ได้ยินหรือไม่! ‘ทุกวงการในเมืองร่วมแรงร่วมใจ’ กล่าวถึงพวกเรานี่เอง! พวกเราที่เปิดร้านค้าขายกัน!”
เสียงของเขาสั่นเครือ ทำการค้ามายี่สิบกว่าปี มีแต่ถูกที่ว่าการควบคุม ถูกชาวบ้านเลือกซื้อเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าโรงเตี๊ยมเล็กๆ ของตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผ่นดินอันกว้างใหญ่แห่งนี้
