ฉีเฉิงหมายตาจื่อเกอน้อยที่ฉีหลินเลี้ยงไว้มานานแล้ว ไม่ได้เอ่ยปากขอยืมไปเล่นสองวันเพียงครั้งสองครั้ง ทว่าล้วนถูกฉีหลินปฏิเสธทั้งสิ้น
ฉากร้องรำทำเพลงวันนี้ช่างครบเครื่องนัก เป็นมหรสพสามีร้องภรรยาคล้อยตามโดยแท้!
ฉีต้าเซิ่งพี่ชายของนางรู้ดีว่าในสายตาน้องสาว ศักดิ์ศรีของตนมีค่าไม่ต่างจากแผ่นรองเท้า ส่วนซูซื่อภรรยาของเขา เพียงเอ่ยปากกับฉีหลินคำเดียว ยังได้ผลยิ่งกว่าเขาพูดเป็นร้อยคำ เขาจึงยุยงให้ซูซื่อมาหาถึงจวน แสร้งชวนคุยถ่วงเวลาไว้ ส่วนตนลอบไปขโมยจื่อเกอน้อย สามีภรรยาผลัดกันเป็นฝ่ายเปิดเผยและลอบเร้น กลับประสานงานกันได้อย่างลงตัว
แม่นมเซี่ยพูดถูก ฉีหลินยินดีที่ได้เห็นฉีเฉิงกับซูซื่อสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียวกัน เมื่อเห็นซูซื่อยอมร่วมวงกับฉีเฉิงก่อเรื่องวุ่นวาย นางก็รู้สึกดีใจอยู่ในใจ
แต่ฉีต้าเซิ่งมีสิทธิ์อันใดมาขโมยจื่อเกอน้อยของนาง?! เรื่องนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด ทนไม่ได้แม้แต่นิดเดียว!
ฉีหลินสวมหมวกคลุมศีรษะให้อู่อวี้เฉิน แล้วห่มเสื้อคลุมให้ จูงมือพาออกไปด้านนอก “อวี้เอ๋อร์ ไป! ตามท่านย่าไปบ้านท่านลุงเขย ทวงจื่อเกอน้อยคืนกัน!”
สองย่าหลานขึ้นรถม้า ก่อนมุ่งหน้าไปจวนหรงกั๋วกงอย่างเร่งร้อน
ทันทีที่ก้าวเข้าประตูจวน ฉีหลินก็ออดอ้อนซูซื่อ ทั้งบ่นกระปอดกระแปดว่า “พี่สะใภ้! เหตุใดท่านจึงร่วมมือกับพี่ชายรังแกข้า! ยังขโมยสัตว์กินเหล็กของข้าไปอีก จื่อเกอน้อยอยู่ที่ใด?”
ซูซื่อหน้าแดงระเรื่อ เมื่อเห็นน้องสามีทำตัวราวกับเด็กน้อย ทั้งยังสนิทสนมกับตนถึงเพียงนี้ ในใจพลันอบอุ่นขึ้น นางตอบเสียงอ่อนโยนว่า
“น้องหญิงอย่าถือโทษเลย พี่ชายเจ้ารบเร้าให้ข้าไปด้วย ข้าจึงร่วมมือกับเขาหลอกเจ้า พี่สะใภ้ผิดไปแล้ว ขออภัยเจ้าด้วย”
