เพราะเธอกับจ้าวเย่มาถึงที่นี่โดยไม่มีอะไรติดตัวเลย ฤดูหนาวของเมืองหนิงโจวก็หนาวเหน็บถึงขนาดอุณหภูมิลดต่ำลงไปสามสิบถึงสี่สิบองศาต่ำกว่าศูนย์ ถ้าไม่มีของให้ใช้คลายหนาว พวกเขาคงหนาวตายในเมืองหนิงโจวไม่ช้าก็เร็ว
ชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ ค่อย ๆ สั่งสมทีละนิด จากเลวร้ายค่อย ๆ กลายเป็นดี จะเลวร้ายอยู่แบบนี้ตลอดไปไม่ได้หรอก
“อาหมาน เธอ...ออกไปทำงานให้คนอื่นอีกแล้วเหรอ?”
อาหมานพยักหน้า “ฉันเจอคนใจดีคนหนึ่ง เขาให้ฉันไปช่วยซักผ้าที่บ้าน ทำอาหารกับกวาดถูอะไรพวกนั้น คิดค่าจ้างเป็นรายวัน วันละสามสิบเหรียญทองแดงแน่ะ!”
อาหมานชูนิ้วสามนิ้ว ดวงตากลมโตเป็นประกายมีชีวิตชีวา
“ผมของเธอล่ะ?” จ้าวเย่ถาม
ผมยาวสลวยสีดำสนิทสวยงามของเธอหายไปไหน?
ทำไมออกไปข้างนอกแค่ครั้งเดียว ถึงได้สั้นลงเสียแล้ว?
อาหมานลูบผมตัวเองแล้วหัวเราะแหะ ๆ สองครั้ง “ฉันรำคาญมันน่ะ ทำงานก็ไม่สะดวก แถมสระล้างก็ลำบาก เลยตัดทิ้งไปแล้ว”
“...” จ้าวเย่ไม่เชื่อคำโกหกเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอหรอก
ร่างกายและเส้นผมล้วนเป็นสิ่งที่พ่อแม่มอบให้
เธอจะตัดทิ้งง่าย ๆ ได้อย่างไร?
จริง ๆ แล้วอาหมานไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก เธอเป็นคนยุคปัจจุบัน ไม่ได้หัวโบราณขนาดนั้น
อีกอย่าง ผมของเธอสวยมาก บำรุงจนงามตั้งแต่ตอนอยู่จวนไท่จื่อ ทั้งดำขลับและเป็นเงางาม อาหมานเอาไปขาย ผมสวย ๆ ทั้งศีรษะของเธอขายได้ตั้งหนึ่งเฉียนเงิน หรือก็คือหนึ่งร้อยเหรียญทองแดง
