“อือ ขยับได้เยอะขึ้นแล้ว”
“ดีจัง!” อาหมานดีใจจนน้ำตาคลอ รีบเช็ดตัวให้เขาจนสะอาด แล้วพูดว่า “วันนี้ฉันไปตลาดซื้อมีดโกนอันใหม่มา เราจะได้ไม่ต้องใช้ของที่คนอื่นใช้แล้วพอดี ฉันจะได้โกนหนวดเคราของเจ้าออกให้หมดเสียที”
“แถมวันนี้เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ยังให้ฉันเอากับข้าวกลับมาตั้งเยอะแน่ะ ฉันยังซื้อเนื้อมาด้วย!”
“จ้าวเย่ คืนนี้เรามีเนื้อกินแล้ว!”
อาหมานพูดเจื้อยแจ้ว ราวกับลืมเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ไปแล้ว แม้แต่จ้าวเย่ก็พลอยได้รับอิทธิพลจากนางไปด้วย
“อาหมาน เจ้าเก่งมาก” จ้าวเย่พูด
อาหมานเชิดอกอย่างภาคภูมิใจ “ฉันก็คิดว่าตัวเองเก่งมากเหมือนกัน!”
อาหมานรู้สึกว่าตัวเองเก่งจริง ๆ นางพาจ้าวเย่จากเมืองหลวงมาถึงเมืองหนิงโจว เดินทางจากเดือนสามอันหนาวเหน็บมาจนถึงเดือนเจ็ดอันร้อนระอุ
ความลำบากทั้งหลาย มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ดีอยู่แก่ใจ
ระหว่างทางจ้าวเย่เกือบตายไปไม่รู้กี่ครั้ง แต่อาหมานก็ลากเขากลับมาจากประตูนรกได้ทุกครั้ง
นางพูดว่า “พวกเราผ่านเรื่องยากลำบากขนาดนั้นมาด้วยกันแล้ว จ้าวเย่ ต่อจากนี้เรามาใช้ชีวิตดี ๆ ด้วยกันนะ”
อันที่จริงอาหมานยังคงหวาดกลัว กลัวว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะสร้างบาดแผลทางใจที่ไม่มีวันเยียวยาให้ไท่จื่อผู้นี้
หากวันไหนเขาคิดไม่ตกแล้วจู่ ๆ ก็ตายขึ้นมา นางเองก็จบเห่เหมือนกัน
เพราะอย่างนั้นตอนนี้อาหมานจึงต้องคอยกล่อมเกลาเขาเป็นระยะ จะได้มั่นใจว่าจ้าวเย่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป
“ได้”
“เจ้ารับปากแล้วนะ?”
