“จะออกไปแล้วเหรอ”
อาหมานเก็บของใส่ตะกร้าสาน “อือ ฉันกะว่าจะออกไปลองเสี่ยงดวงดู ตอนนี้ฟ้ายังไม่มืดเลย”
“แต่คุณวางใจเถอะ ฉันจะรีบกลับมาแน่นอน”
ยังไงตอนกลางคืนก็ไม่มีอะไรทำ ออกไปลองดูก่อนแล้วกัน เผื่อโชคดีขายได้สักที่ก็ยังดี
อาหมานฉลาดมาก เมื่อไม่มีภาชนะใส่ของ นางก็หาวัสดุใกล้ตัวจากป่าไผ่หลังลานเล็ก ตัดกระบอกไม้ไผ่มาหลายกระบอก เอาไว้บรรจุให้ลูกค้านำกลับบ้าน เหมาะที่สุดแล้ว
เป็นของธรรมชาติล้วน ๆ ไม่มีมลพิษด้วยนะ
“อาหมาน” จ้าวเย่เรียกนางไว้ “กลับมาเร็วหน่อยนะ”
อาหมานพยักหน้า “ได้เลย!”
อาหมานสะพายตะกร้าไปตลาด ยามค่ำคืนถนนในเมืองหนิงโจวยังค่อนข้างคึกคัก ที่นี่ไม่เหมือนเมืองหลวงซึ่งมีกฎเกณฑ์มากมาย ทั้งยังมีข้อห้ามออกจากบ้านยามวิกาลด้วย
เมืองหนิงโจวไม่เคร่งครัดเรื่องพวกนั้น พอไปถึงตลาด แสงตะวันยามเย็นที่ขอบฟ้าก็สาดลงมาราวกับปูด้วยผงทอง
เงาของผู้คนบนถนนทอดยาวเฉียง แสงอาทิตย์อัสดงลอดผ่านกำแพงหินสูงต่ำไม่เท่ากัน อาบไล้ร่างของนาง อาหมานเช็ดเหงื่อ เลือกจุดที่สะดุดตาหน่อยแล้ววางของลง
ในตลาดมีคนมาซื้อของกันมากมาย บางคนก็แลกเปลี่ยนสิ่งของกัน อาหมานจึงเปิดตะกร้าของตัวเอง กลิ่นหอมปนเหม็นแปลก ๆ พลันกระจายไปทั่วถนน
“ไส้ตันเผ็ด! ไส้ตันเผ็ด! ไส้ตันเผ็ดที่ละสามอีแปะ!”
อาหมานเริ่มร้องเรียกลูกค้า น้ำเสียงใสกระจ่างและเปี่ยมพลังของเด็กสาวทำให้ทุกคนพากันมองนางด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เป็นหน้าใหม่ แถมของที่ขายก็แปลกใหม่ด้วย
