เขาประหลาดใจยิ่งนัก กู้ชิงเจาเป็นคนสุขุมเรียบร้อย ไม่เคยโมโหง่าย ๆ ก่อนหน้านี้แม้จะมีงอนง้อกันเล็กน้อย แต่ก็ล้วนเป็นการแสร้งทำ นี่เป็นครั้งแรกที่นางโมโหจริง ๆ
ท่าทางน้อยอกน้อยใจทั้งขุ่นเคืองเช่นนี้ ช่างทำให้เขาหลงรักจนแทบคลั่ง
เขากระชับวงแขนแน่นขึ้น ซุกไซ้ตรงซอกคอนางพลางเอ่ยว่า “มา เจ้าด่าข้าอีกสักประโยคสิ เหมือนเมื่อครู่เลย”
กู้ชิงเจาพูดไม่ออก (~_~;)
คนผู้นี้เป็นอะไรกันแน่?
เหตุใดถึงเรียกร้องเช่นนี้ได้?
นางหันหน้าหนี ไม่สนใจเขา
“เจาเอ๋อร์ อืม?” เขาลากเสียงยานคาง พลางซุกไซ้ต่อ ท่าทางคล้ายเสวี่ยถวนยิ่งกว่าเดิม
กู้ชิงเจาเงียบไป ก้มหน้าเก็บตัวงุดอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่ากำลังโกรธถังอวิ๋นหรือโกรธตนเอง
ถังอวิ๋นกลัวว่านางจะอัดอั้นจนเสียสุขภาพ จึงประคองให้นางหันกลับมา สบตากัน ดวงตาดอกท้อของเขาพราวไปด้วยรอยยิ้มสดใส “อย่าโกรธเลย อย่าโกรธเลย เป็นข้าไม่ดีเอง ได้ยินเสิ่นหลินบอกว่าช่วงนี้เจ้าไม่ค่อยเจริญอาหาร ข้านำทับทิมตามฤดูกาลมาฝาก ลองดูว่าชอบหรือไม่”
อู่อิงว่องไว เพียงครู่เดียวก็ให้เหล่านางกำนัลยกทับทิมเข้ามา
“นี่คือทับทิมหวยโจวชั้นเลิศ เพิ่งมาถึงเมื่อวาน ลำเลียงมาถึงเมืองหลวงแล้วยังเหลืออยู่ได้เท่านี้ก็นับว่าไม่ง่าย ตำหนักตะวันออกได้รับส่วนแบ่งมาเพียงรถเดียว ครึ่งหนึ่งอยู่ที่นี่แล้ว”
หวยโจวมีสี่ฤดูชัดเจน ปริมาณฝนกำลังพอเหมาะ ทับทิมหวยโจวที่ปลูกได้มีผลใหญ่ เปลือกสีเหลืองเจือแดง เนื้อใสราวไข่มุก เมล็ดอวบเต็มทุกเม็ด นับเป็นทับทิมชั้นเลิศ
ถังอวิ๋นเลือกผลที่อวบเต็มที่สุดจากตะกร้าด้วยตนเอง แล้วใช้มีดปอกเปลือก แกะเมล็ดด้านในออก ใส่ลงในชามทีละเม็ด ราวครึ่งจานเล็ก ๆ ก่อนยื่นให้นาง
