ราตรีมืดมิด ภายในพระตำหนักจื่อเฉิน กลิ่นธูปลอยอวลไปทั่ว
จักรพรรดิฉางจื้อประทับนั่งอยู่เบื้องบน ทอดพระเนตรโอรสที่ทรงทะนุถนอมมาหลายปี บัดนี้พระทัยกลับเหลือเพียงความรังเกียจและชิงชัง “เจิ้นปฏิบัติต่อเจ้าไม่เคยขาดตกบกพร่อง นอกจากตำแหน่งรัชทายาทแล้ว มีสิ่งใดที่เจ้าไม่ได้รับ? อำนาจ? เกียรติยศ? แม้แต่เรื่องที่เจ้าเกินระเบียบของอ๋อง ขยายจวนอ๋องเค่อ เจิ้นก็ยังอนุญาต สกุลเชียว สกุลเจา เจิ้นไม่เคยปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรม เจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ ถึงได้คิดถึงราชบัลลังก์ของเจิ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน! สะสมกำลังทหารคิดก่อกบฏ? เจ้าเห็นว่าเจิ้นตายไปแล้วหรือไร?”
อ๋องเค่อถูกคุมตัวกลับวังด้วยรถคุมขังตลอดทั้งคืน บัดนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเปรอะเปื้อน เขาจ้องจักรพรรดิฉางจื้อด้วยแววตาดุดัน ก่อนยกมุมปากแค่นยิ้ม “ในเมื่อเสด็จพ่อทรงทราบว่าลูกปรารถนาตำแหน่งรัชทายาท เมื่อเสด็จพี่สิ้นพระชนม์แล้ว พระองค์กลับไม่ยอมแต่งตั้งลูกเป็นองค์ชายรัชทายาท กลับเลือกเก้าลี่ที่เกิดจากนางบำเรอชั้นต่ำผู้นั้นให้เป็นรัชทายาท ลูกจะยินยอมได้อย่างไร! หากพระองค์ไม่ประสงค์ให้ลูกเป็นองค์ชายรัชทายาท แล้วจะพระราชทานสิ่งของมากมายให้ลูกไปเพื่ออะไร พระองค์ประทานความหวังให้ลูก แต่กลับบีบให้ลูกยอมก้มหัวให้เก้าลี่ เป็นเพียงอ๋องที่ไร้ประโยชน์! ลูกไม่ยอมรับ!”
“เพล้ง!”
ถ้วยชาถูกขว้างลงพื้นอย่างแรงข้างเท้าอ๋องเค่อ ชั่วพริบตาน้ำก็สาดกระจาย พื้นเต็มไปด้วยเศษซาก น้ำเปียกชุ่มชายอาภรณ์ของอ๋องเค่อ
“คนไร้หัวใจ! เจิ้นเห็นว่าเจ้าไม่อาจเป็นรัชทายาท จึงปฏิบัติต่อเจ้าอย่างผ่อนปรนยิ่ง กลับกลายเป็นตามใจจนความทะเยอทะยานของเจ้าเติบโตขึ้นมา แค่ก แค่ก แค่ก...” ความรักความทะนุถนอมที่สั่งสมมาหลายปี หากบอกว่าไม่เจ็บปวดพระทัยย่อมเป็นเรื่องโกหก จักรพรรดิฉางจื้อทรงกริ้วจนหายพระทัยไม่ทั่วท้อง ก่อนจะไออย่างหนัก “เจ้าและมารดาของเจ้า ไม่มีใครเป็นคนดีเลย!”
