แม้สำนักราชเลขาธิการจะมิได้กุมอำนาจแท้จริง ทว่าก็นับเป็นสถานที่สำคัญและมีเกียรติยิ่งแล้ว หากเทียบกับสำนักศึกษาหลวงในยามนี้ กลับยังห่างชั้นกันอยู่มาก
สำนักศึกษาหลวงพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ มีสำนักศึกษาหลวง สำนักไท่เสวีย สำนักกว่างเหวิน สำนักสี่ประตู และสถานที่ศึกษาเล่าเรียนของสำนักปราชญ์อีกหลายแห่งอยู่ใต้สังกัด ทุกสามปีมีนักเรียนเข้ารับการศึกษาหลายพันคน กระทั่งบุตรหลานของขุนนางระดับกลางถึงระดับสูง ตลอดจนผู้มีบรรดาศักดิ์ ก็ยังมาศึกษาที่สำนักศึกษาหลวง นักเรียนเหล่านี้มักสอบเข้ารับราชการด้วยการสอบขุนนาง ก่อนเติบโตเป็นเสาหลักของราชสำนัก
กล่าวได้ว่า แม้สำนักศึกษาหลวงจะมิได้เกี่ยวข้องกับอำนาจแท้จริงโดยตรง แต่ด้วยมีศิษย์มากมายและอิทธิพลกว้างขวาง ในสถานการณ์พิเศษบางคราว ขุนนางอย่างเจ้าสำนักศึกษาหลวงและรองเจ้าสำนักศึกษาหลวงก็อาจแทรกแซงกิจการบ้านเมืองทางอ้อมได้ ต่อให้ไม่เข้าร่วมกิจการบ้านเมือง ขุนนางในสำนักศึกษาหลวงก็ยังเป็นกลุ่มผู้มีชื่อเสียงที่สุดในหมู่ขุนนางฝ่ายบุ๋นแห่งต้ายง
อย่างไรเสีย ขุนนางในราชสำนักสิบคน มีถึงแปดหรือเก้าคนที่มาจากสำนักศึกษาหลวง หากวันใดเจ้าสำนักศึกษาหลวงกับรองเจ้าสำนักศึกษาหลวงจัดงานเลี้ยงขึ้น นักเรียนเหล่านี้จะไม่ไปมาหาสู่บ้างได้หรือ?
ด้วยความสำคัญเฉพาะตัวของสำนักศึกษาหลวง ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักศึกษาหลวงและรองเจ้าสำนักศึกษาหลวงจึงมักเป็นคนที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัย ส่วนผู้สั่งสอนในสำนักศึกษาหลวง นอกจากปราชญ์ผู้ทรงความรู้ซึ่งราชวงศ์แต่งตั้งเป็นพิเศษและไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชการแล้ว คนอื่น ๆ ส่วนใหญ่ล้วนดำรงตำแหน่งควบด้วย แม้จะเป็นตำแหน่งควบ แต่ก็ต้องเป็นผู้รอบรู้หลักวรรณคดีและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล อีกทั้งยังต้องได้รับความเห็นชอบจากฮ่องเต้เสียก่อน
ทว่ายามนี้ ถังอวิ๋นกลับรับปากว่าจะให้บิดาของนางเข้าสำนักศึกษาหลวง...