กำปั้นของอ๋องตวนกำแน่นขึ้นเล็กน้อย
เขาลุกขึ้นมองพระชายารองเผย “ที่นี่ฝากเจ้าไว้ดูแล หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นอีก เปิ่นหวังจะเอาผิดกับเจ้าเพียงผู้เดียว”
“เพคะ หม่อมฉันจะจัดการให้ดีที่สุด เชิญเสด็จเถิดเพคะ”
ท่ามกลางรัตติกาลอันมืดมิด เงาร่างของเขาค่อย ๆ ห่างไกลออกไป
กู้ชิงเจาหลุบตาลง
องค์ชายรัชทายาทแห่งตำหนักตะวันออก... เกรงว่าจะไม่รอดแล้ว
“หมอหลวง! หมอหลวงมาหรือยัง!” ภายในตำหนักตะวันออก หรงฮองเฮาเร่งฝีเท้าไปยังตำหนักบรรทมขององค์ชายรัชทายาท โดยไม่สนพระทัยกิริยามารยาท ยิ่งเข้าใกล้ด้านใน พระทัยก็ยิ่งหนักอึ้ง
นางกำนัลวิ่งเหยาะ ๆ ตามมา “มาแล้วเพคะ หมอจากแพทย์แห่งยาสำรองและแพทย์แห่งยาถวายอยู่กันพร้อมหน้า หัวหน้าหมอหลวงก็เข้าไปข้างในเมื่อครึ่งเค่อก่อนแล้ว จะให้ไปทูลเชิญฝ่าบาทมาหรือไม่เพคะ”
ฮองเฮามิได้ตรัสตอบ ฝีพระบาทยิ่งเร่งเร็วขึ้น
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในตำหนัก กลิ่นยาฉุนเข้มก็โถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง
พระพักตร์ของนางซีดขาวลงอีก เงยพระพักตร์ขึ้นก็เห็นเพียงเงาร่างซ้อนทับกับเงาผ้าม่าน บุตรชายเพียงคนเดียวของนางกำลังนอนอยู่บนเตียง
แม้จะมองจากระยะไกล นางก็ยังรู้สึกว่าร่างนั้นผอมซูบอย่างน่าตกใจ
“เสด็จแม่!” อ๋องตวนเห็นนางก็รีบเข้าไปประคอง เกรงว่านางจะร้อนพระทัยจนล้มลง
“พี่ชายเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
เมื่อเห็นเขาเงียบงัน หรงฮองเฮาก็ยิ่งตื่นตระหนก ไม่กี่ก้าวก็พุ่งเข้าไปหา
“องค์ชายรัชทายาทเป็นอย่างไรบ้าง”
หัวหน้าหมอหลวงเพิ่งถอนมือจากการจับชีพจรขององค์ชายรัชทายาท เมื่อได้ยินก็ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “ข้าน้อยจะต้มยาให้พระองค์หนึ่งเทียบ เพื่อให้พระองค์...จากไปอย่างสงบขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”
หัวหน้าหมอหลวงมีประสบการณ์รักษาโรคมาหลายสิบปี คำพูดของเขาย่อมแม่นยำไร้ข้อกังขา
