ปีที่เจ็ดแห่งต้าหยง วันที่เก้า เดือนหก ภายในและภายนอกพระราชวังอบอวลด้วยบรรยากาศแห่งความยินดี
เพิ่งยามเช้า ถนนสายใหญ่จากถนนเหนือมุ่งสู่ถนนตะวันออกก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน คึกคักยิ่งนัก
โรงเตี๊ยมและเหลาอาหารสองข้างทางแน่นขนัดไปด้วยแขกเหรื่อที่เลื่อมใสชื่อเสียงและเดินทางมาชม
ทั้งหมดก็เพื่อเป็นประจักษ์พยานในพิธีมงคลที่ฮองเฮาทรงส่งน้องสาวออกเรือน และท่านหญิงหรงอันออกเรือนอย่างยิ่งใหญ่
“จะว่าไป ซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงสุยนับว่ามีวาสนาไม่น้อย ฮองเฮามีพระขนิษฐาร่วมพระมารดาเพียงคนเดียว ก็ถูกเขารับไปเป็นภรรยาเสียแล้ว” ระหว่างรอขบวนรับเจ้าสาว ผู้คนอดทอดถอนใจไม่ได้
“นั่นสิ”
พอได้ยินเช่นนี้ คนข้าง ๆ ก็รีบคล้อยตาม “บัดนี้ตระกูลกู้ดำรงตำแหน่งกั๋วกง คุณหนูรองสกุลกู้ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านหญิงจากฝ่าบาทและไทเฮา ทั้งมีเมืองศักดินาและจวนท่านหญิงเป็นของตนเอง ช่างสูงศักดิ์ยิ่งนัก อีกทั้งท่านหญิงยังเป็นอาจารย์แห่งสำนักศึกษาแห่งฉางซิง สถานที่แห่งนั้นมีฐานะเทียบเท่าสำนักศึกษาหลวง เห็นได้ว่าความสามารถของท่านหญิงโดดเด่นเหนือผู้ใด”
“ใช่แล้ว ฝ่าบาทก็ทรงปฏิบัติต่อท่านหญิงประหนึ่งพระขนิษฐาร่วมสายพระโลหิต คราวนี้ไม่เพียงพระราชทานราชโองการ ยังเพิ่มสินเดิมให้มากมาย เทียบได้กับองค์หญิงใหญ่ฝูอันในครานั้น จวนกั๋วกงสุยได้สะใภ้ดีเช่นนี้ ชวนให้ผู้คนอิจฉายิ่งนัก”
“แต่จวนกั๋วกงสุยเองก็ไม่ด้อย ซื่อจื่ออายุยังน้อยก็ได้เป็นแม่ทัพกองรักษาประตูซ้ายแล้ว จวนกั๋วกงสุยยังสืบทอดบรรดาศักดิ์กั๋วกงมาหลายชั่วอายุคน รากฐานนับว่าเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหลวง”
“ย่อมเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นการแต่งงานครั้งนี้จึงเป็นคู่ที่สวรรค์ลิขิต… อ๊ะ มาแล้ว ๆ!”