ภายนอกหิมะโหมกระหน่ำลมหนาวพัดกรรโชก เขาสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกมา แม้บนเกี้ยวจะกางหลังคาบังไว้ ทว่าชายเสื้อก็ยากจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เปื้อนเกล็ดหิมะ ปลายอาภรณ์จึงชื้นแฉะอยู่บ้าง
“นายของเจ้าอยู่ที่ใด?” เขาชะโงกหน้าเล็กน้อย มองเข้าไปข้างในสองสามหน
“กำลังนอนอยู่เจ้าค่ะ บ่าวจะไปปลุกเดี๋ยวนี้”
แดงชาดม่วงเห็นรอยคล้ำใต้ตาของเขา ดูท่าคงไม่ได้นอนหลับดีมาหลายวัน จึงรีบร้อนจะเข้าไปในห้องด้วยความตกใจ ทว่าถังอวิ๋นเรียกนางไว้ “ไม่ต้อง ให้นางนอนต่อเถิด”
เขาถอดเสื้อคลุมขนจิ้งจอกส่งให้แดงชาดม่วงนำไปผึ่ง จากนั้นก็ไปผิงไฟอยู่ในเรือนตงหน่วนเก๋อครึ่งค่อนวัน รอจนไอเย็นบนกายสลายไปแล้ว จึงค่อยย่องเข้าไปดูนางในห้องรับฝั่งตะวันออก
กู้ชิงเจากำลังหลับสนิท ดวงตาคู่งามปิดลง ไม่รู้ว่าฝันถึงสิ่งใด ขนตายาวพลิ้วไหวเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว นางกอดร่างตนเองไว้แน่น ราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังหลับใหล ลมหายใจสม่ำเสมอยาวนาน ฟังแล้วชวนให้จิตใจสงบ
ถังอวิ๋นเผลอยกมุมปากขึ้น นิ้วยาวเรียววางลงบนคิ้วตาของนางอย่างแผ่วเบา ไล้ไปตามเค้าโครงหางตา ความเหนื่อยล้าตลอดหลายวันคล้ายได้รับการปลอบประโลม
รุ่งขึ้นฟ้าสาง พายุหิมะก็สงบลง
กู้ชิงเจาตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย กำลังจะบิดขี้เกียจเสียหน่อย ก็พบว่าตนถูกบางสิ่งรัดไว้จนขยับไม่ได้!
ผีอำหรือ?!
สมองนางพลันตื่นตัวขึ้นมา นางพยายามยืดแขนออก ทว่ากลับสัมผัสเข้ากับแผงอกอุ่น ๆ โดยไม่คาดคิด
“เด็กดี อย่าซน” น้ำเสียงแหบพร่าเจือความงัวเงียของคนที่ยังไม่ตื่นเต็มตา กู้ชิงเจาพลันตัวแข็งทื่อ
