วันขึ้นปีใหม่ คือวันแรกแห่งปี
เมื่อแสงอาทิตย์แรกแห่งฟากฟ้าส่องสว่างเหนือราชนครินทร์ พระที่นั่งหานหยวนก็เนืองแน่นไปด้วยขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊
ผ่านค่ำคืนอันน่าตื่นตระหนกมา บัดนี้เหล่าขุนนางต่างหน้าซีดเผือด มือถือแผ่นหยกประจำตำแหน่ง ก้มศีรษะต่ำ
เบื้องบน จักรพรรดิฉางจื้อทรงมงกุฎทงเทียน ฉลองพระองค์ชุดพิธีสีดำ ประทับสูงอยู่บนพระราชบัลลังก์มังกรพันเล็บทองคำแท้ พระพักตร์ซีดขาวเพราะทรงกระอักพระโลหิต ดูอ่อนล้าอยู่ไม่น้อย
“เมื่อคืนนี้ เหล่าขุนนางยังหลับสบายกันหรือไม่” สุรเสียงทุ้มต่ำก้องกระทบโสตของขุนนางทั้งหลาย ทว่าในพระที่นั่งหานหยวนอันกว้างใหญ่ กลับไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
“คืนส่งท้ายปีเก่า อ๋องเค่อก่อการกบฏราชสำนัก” พระองค์ตรัสช้า ๆ ทีละคำ น้ำเสียงประหนึ่งชราลงไปสิบปี “เราครองบัลลังก์มานานเกินไป จึงมีคนทนเห็นไม่ได้แล้วหรือ? หือ?”
วาจานี้หนักหน่วงยิ่งนัก ชั่วพริบตาเดียว ภายในพระที่นั่งก็มีผู้คนคุกเข่าจนเต็มพื้นที่
“ขอฝ่าบาทโปรดระงับโทสะพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอฝ่าบาทโปรดระงับโทสะพ่ะย่ะค่ะ”
“เราก็อยากระงับโทสะ แต่กลับมีคนไม่ยอมให้เราใช้บั้นปลายชีวิตอย่างสงบ ถึงกับก่อการกบฏมากมายเพียงนี้!” จักรพรรดิฉางจื้อทรงตบที่วางพระหัตถ์ ขุนนางขี้ขลาดเบื้องล่างหัวใจแทบกระดอนออกจากอก
เหล่าขุนนางสำนักนอกรีบเงยหน้าขึ้น กล่าวด้วยความเดือดดาลว่า “ขุนนางกบฏสมควรถูกประหารพ่ะย่ะค่ะ ขอฝ่าบาทโปรดทรงตัดสินพระทัยเรื่องทั้งปวง เพื่อชำระกบฏแห่งต้ายงให้หมดสิ้นพ่ะย่ะค่ะ”
จักรพรรดิฉางจื้อทรงกวักพระหัตถ์ “หลี่จี้ ประกาศพระราชโองการเถิด”
หลี่จี้ก้าวขึ้นหน้า คลี่ม้วนเอกสารยาวออก
เหล่าขุนนางต่างเงี่ยหูฟัง
