อันเอินวิ่งไม่คิดชีวิตมาถึงหน้าหอพักหญิง รอไม่นาน หลิวเหวิ่นเฉี่ยนก็ถือถุงวิกเดินลงมา ยื่นถุงให้อันเอิน
“เอินเอิน จู่ ๆ นายจะขอวิกไปทำอะไรน่ะ”
“ก็แฟนที่เธอหาให้ฉันน่ะสิ เขาอยากดูรูปฉัน ฉันจะเอาใบหน้าลูกผู้ชายแท้ ๆ นี่ส่งไปได้ยังไงล่ะ ต้องหาวิกมาถ่ายรูปปลอม ๆ หลอก ๆ เอาตัวรอดไปก่อน” อันเอินว่า
“แฟนที่ฉันหาให้ เธอตอนไหนที่ฉัน...” หลิวเหวิ่นเฉี่ยนชะงักไป ก่อนจะนึกขึ้นได้ “เธอหมายถึงไอ้เด็กเกเรหน้าประตูโรงเรียนน่ะเหรอ”
อันเอินทำหน้ากลุ้มใจ พยักหน้า “อืม ใช่แล้ว”
“เขาบอกให้ถ่ายเธอก็ถ่ายเลยเหรอ ที่ให้เธอตบตาหลอกเขาไว้ก็เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเธอและฉันนะ ไม่ใช่ให้เธอไปคบกับเขาจริง ๆ สักหน่อย”
“...เฮ้อ เรื่องนี้มันซับซ้อน ฉันอธิบายให้ฟังสั้น ๆ ไม่ได้ เกี่ยวกับแผนล้างแค้นของฉัน ฉันจำเป็นต้องใช้ไอ้เด็กเกเรนี่แหละ”
หลิวเหวิ่นเฉี่ยนฟังแล้วดูเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ
“ยังไงก็ตาม แฟนคนนี้มันมีค่าเอามาใช้ประโยชน์” อันเอินพูด “ในตอนนี้ ยังต้องเลี้ยงเอาไว้ก่อน”
ระหว่างทางที่อันเอินถือวิกกลับหอพัก ไอ้บื้อต้วนเล่อก็โพสต์โมเมนต์อีกแล้ว คราวนี้โพสต์รูปนั่งชิงช้าสวรรค์กับแฟนหนุ่ม บนยอดชิงช้าสวรรค์อธิษฐานขอให้อยู่ด้วยกันตลอดไป
ทิวทัศน์ยามค่ำคืนริมแม่น้ำมีสีสันแพรวพราว ต้วนเล่อยังใส่ฟิลเตอร์ให้รูปอีก ดูช่างโรแมนติกเสียนี่กระไร
ต้วนเล่อเอาแฟนมาโชว์ในโมเมนต์ซะครบทุกมุม ยกเว้นหน้าแฟนเขา
ถ่ายรูปก็ไม่ถ่ายมือ ก็ถ่ายไหล่ หรือไม่ก็ถ่ายด้านหลัง
อันเอินยิ้มเหยียด อย่างไอ้ต้วนเล่อนี่ มีอะไรนิดหน่อยก็แทบอยากร้องตะโกนให้โลกรู้ นิสัยแบบนี้ ถ้าหน้าแฟนมันหล่อ รับรองถ่ายรูปชัด ๆ เป็นร้อยรูปโพสต์โมเมนต์แน่ ที่ปิดบังซ่อนเร้น พูดตรง ๆ ก็คือ เอาออกมาโชว์ไม่ไหวนั่นแหละ
เมินเฉยโมเมนต์นี้ซะ อันเอินกลับมาถึงหอพัก หน้ากระจกหยิบตาข่ายคลุมผมออกมาสวมลงบนหัว
เพิ่งสวมเสร็จ วีแชทก็ดังสนั่นหวั่นไหว ดูเหมือนมีข้อความอย่างน้อยสิบข้อความ
อันเอินนึกว่าไอ้คุณชายซูเฮ้อเล้งนี่ออกฤทธิ์อีกแล้ว หยิบขึ้นมาดู ต้วนเล่อส่งข้อความในกรุ๊ปเป็นชุด ๆ เป็นรูปรัว ๆ กับแฟนไปเที่ยวต่างประเทศ
ตอนท้ายแถมข้อความเสียงมาอีก: “เวลาที่ต่างประเทศไม่เหมือนพวกเธอนะจ๊ะ เวลานี้คงไม่รบกวนทุกคนหรอกมั้ง ฮ่า ๆ กลัวว่าใครบางคนทั้งชาติจะไม่มีปัญญาไปต่างประเทศ ไม่เคยเห็นวิวงดงามขนาดนี้ เลยส่งรูปให้ดูหน่อย ส่วนใครบางคนน่ะใครเหรอ ฮ่า ๆ ๆ คนที่เข้าใจก็เข้าใจ”
สภาพครอบครัวอันเอินก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไร ก็ครอบครัวธรรมดา ๆ นี่แหละ แต่พ่อแม่เขาทุ่มเงินมหาศาลให้เข้ามาเรียนมัธยมปลายเอกชนหรู พวกเขาเชื่อมั่นว่าแพงย่อมมีข้อดีตรงที่ได้รู้จักคอนเนกชันดี ๆ นี่ก็เป็นเหตุผลที่อันเอินยังคงติดต่อกับเพื่อนสมัยมัธยมอยู่
ดังนั้นแม้อันเอินจะไม่ได้ยากจน แต่ในสายตาพวกเพื่อนลูกคนรวยมัธยม เขาก็คือเด็กบ้านนอกที่ไม่เคยเห็นโลกหรอก
ต้วนเล่อถึงแม้จะไม่ได้ระบุชื่อ แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาหมายถึงใคร
อันเอินไม่มีวันลืม ตอนมัธยมอยู่วันหนึ่งตอนอยู่หอ ต้วนเล่อขโมยมือถือเขาไป ไม่รู้ใช้วิธีอะไรหาเจอเอวีเสียวซ่านในมือถือเขา ตัวเอกเป็นผู้ชายสองคน
จากนั้น รสนิยมทางเพศของอันเอินก็ถูกเปิดเผย
ตอนนั้นเขาก็ยังงง ๆ กับเรื่องพวกนี้ เพิ่งเริ่มรู้ตัวว่าไม่สนใจผู้หญิง พอดีอยากรู้เลยไปค้นหา คลิปนั่นมันเป็นโฆษณาเด้งขึ้นมาเองจากหน้าเว็บ เขายังดูไม่เท่าไหร่ก็ปิดมือถือไป ไม่รู้ทำไมถึงกลายเป็นหลักฐานมัดตัว ถูกเพื่อน ๆ เวียนอ่านกัน
หลังจากนั้น อาจารย์และนักเรียนทั้งโรงเรียนก็รู้กันหมด
เรียนจบมานานขนาดนี้ อันเอินก็ยังลืมความเจ็บปวดที่ต้วนเล่อทำให้เขาไม่ได้
อันเอินเมินเฉยต่อไป เขาสวมวิก ปรับแต่ง
ยังต้องถ่ายรูปให้คุณสามีสุดที่รักอยู่นะ จะมีเวลาไปสนใจไอ้บ้าได้ไง
อันเอินเพิ่งวางมือถือลง มันก็ดังขึ้นมาอีก
ต้วนเล่อคราวนี้ไม่แสดงละครด้วยซ้ำ แท็กหาเขาโดยตรง
ต้วนเล่อ: [@อันอัน ว่าเธอนั่นแหละ แกล้งทำเป็นไม่เห็นเหรอ]
ต้วนเล่อ: [เล่นหายตัวในกรุ๊ป เก่งนักก็อย่ามางานเลี้ยงรุ่นสิ แต่งานฉลองเรียนจบสี่ปีนี่มีจับรางวัลนะ ของรางวัลที่หนึ่งคือมือถือรุ่นใหม่ล่าสุด แถมยังมีรางวัลที่สองที่สามเป็นเงินสดพันหยวนอีก ถ้าได้เธอท่าทางขี้ริ้วขี้เรื้อนแบบนั้น จะยอมทิ้งโอกาสจับรางวัลเนี่ยเหรอ]
ไม่มีทางอยู่แล้ว
ถ้าถูกรางวัลก็เท่ากับได้ทรัพย์จากโชค คนโง่สิถึงไม่ไป
นี่มันแหย่ใส่หน้ากันขนาดนี้แล้ว ถ้าทนอีก กลายเป็นลูกแกะนุ่มนิ่มจริง ๆ ด้วย!
อันเอินกัดฟัน กดแชทเสียงค้างไว้แล้วพูดจาประชดประชัน: “เล่อเล่อไปเที่ยวต่างประเทศกับแฟนอีกล่ะสิ อิจฉาจังเลยเนอะ ว่าแต่ถ่ายรูปมาตั้งเยอะ ทำไมไม่มีรูปหน้าแฟนสักรูปเลยล่ะ หน้าตาไม่น่ามองจนไม่กล้าให้ใครเห็น หรือว่าแอบขโมยผัวใครเขามาเลยไม่กล้าโผล่หน้า กลัวเมียหลวงรู้ตัวงั้นเหรอ”
ต้วนเล่อตอบกลับมาทันทีเป็นข้อความเสียงยาว น้ำเสียงร้อนรนผิดปกติ “เธออย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ ฉะ ฉัน...แฟนฉันเพราะว่าลักษณะงานมันไม่สะดวกให้เปิดเผยหน้า! แกแม่งไม่มีแฟนสักคน จะมาพูดมากอะไรแถวนี้”
ยิ่งฟังยิ่งเดือด อันเอินพูด: “ฉันไม่ได้ขาดผู้ชายแล้วอยู่ไม่ได้สักหน่อย ใครกำหนดว่าต้องมีแฟนล่ะ”
ต้วนเล่อหัวเราะลั่น: “หาไม่ได้ก็พูดมาตรง ๆ เถอะ อันเอิน เธอเองก็ดูเงาตัวเองบ้างสิ หน้าซีดเหมือนแป้งทาฝาบ้าน ผอมซะลมพัดทีก็ปลิว ผู้หญิงก็ไม่แล พวกผู้ชายยิ่งไม่ต้องหวังเลย! หุ่นแบบเธอน่ะ ในแวดวงไม่เป็นที่นิยมหรอก! ตอนนี้ที่นิยมคืออะไร ต้องมีเนื้อตรงก้น! เธอมีไหมล่ะ”
ทั้งสองคนต่อปากต่อคำกันในกรุ๊ป มีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนเข้าร่วมวง ถูกคำพูดของต้วนเล่อทำให้ขำ
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ]
[ต้วนเล่อพูดถูก]
[อันเอินก้นแบนจริง ๆ]
[พวกเกย์นี่เปิดเผยกันขนาดนี้เลยหรอ...]
ต้วนเล่อพูดต่อ: “ฟังฉันนะ ไปเติมไขมันให้ก้นแบน ๆ ของเธอซะ บางทีอาจมีเกย์รุกยอมเ*าเธอก็ได้”
อันเอินโกรธจนเผลอบีบเนื้อก้นตัวเอง
ก็มันก้นเด้ง ๆ ชัด ๆ เลยปะ!
อันเอินกำลังจะโต้กลับว่า ‘แล้วแกเคยเห็นก้นฉันหรือไง รู้ได้ไงว่าก้นแบน!’
นิ้วกดลงบนแชทเสียงแล้ว แต่ก็ชักกลับ
พูดแบบนี้ก็เหมือนกับว่าหงุดหงิดจนร้อนตัวน่ะสิ
อันเอินสูดหายใจลึก แสร้งทำเป็นเสียใจ ใช้ลูกไม้ตีหน้าม้าน: “เล่อเล่อ ถึงครอบครัวของเรากับฉันจะไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่พ่อแม่ฉันรักฉันมาก ฉันไม่ต้องหาแฟนมารักฉันอีกหรอก เธอน่ะเอาแต่พร่ำเรื่องหาแฟนตลอดเวลา เป็นพวกขาดความรักหรือเปล่า”
ไม่ทันให้ต้วนเล่อตอบ อันเอินก็พูดต่อ: “ถึงฉันจะมีแฟน ก็ต้องมาจากการชอบพอกัน เท่าเทียมกัน”
“แฟนเธอซื้อของขวัญให้ตั้งเยอะ ทำไมไม่เห็นเธอตอบแทนบ้างล่ะ”
“ดูเหมือนถูกเลี้ยงเลยนะเนี่ย”
พออันเอินพูดจบ ความเดือดดาลในอกก็ไม่ค่อยอัดอั้นเท่าไหร่ แต่ก็ยังรู้สึกไม่หนำใจอยู่ดี สมองร้อนวูบ เลยเพิ่มไปอีกประโยค:
“จริงสิ ช่วงนี้ฉันกำลังเล่นจีบกันกับคุณชายน้อยที่หล่อแล้วก็รวยด้วย กำลังจะได้คบกันแล้ว ถึงตอนนั้นจะพามาให้พวกเธอรู้จัก”
อันเอินส่งข้อความเสียงที่เต็มไปด้วยการโอ้อวดนี่จบ ก็ตั้งค่ากรุ๊ปเป็นไม่รบกวน ปีนขึ้นเตียง ยัดมือถือไว้ใต้หมอน นอนแผ่หลาเป็นรูปตัว大อยู่บนเตียง ไม่กล้าเปิดดูข้อความต่อจากนั้นอีกเลย