เมื่อเห็นหลี่อวี่ฉิงตอนนี้มีสีหน้าตกตะลึง หลินหมิงก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงเมื่อคืนนี้ หลี่อวี่ฉิงถูกหมาตามไล่ จากนั้นก็ให้เขาไปเป็นเพื่อนไปเอาของ หลังจากนั้นใต้แสงไฟถนน จู่ ๆ หลี่อวี่ฉิงก็ร้องไห้ออกมา แล้วเริ่มระบายความอัดอั้นที่ตัวเองเจอให้เขาฟัง
เรื่องราวความไม่เป็นธรรมต่าง ๆ พรั่งพรูทับถมลงบนตัวหลี่อวี่ฉิงเพียงคนเดียว
คงจะเป็นเพราะสำหรับเธอแล้ว มันเกินจะรับไหวแล้วกระมัง?
ที่จริงแล้วถ้าให้หลินหมิงลองคิดสลับบทตัวเองดูก็เข้าใจได้ หากหลินหมิงเจอเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเอง สุดท้ายไปวิงวอนขอร้องใครต่อใครก็ไม่เป็นผล ทำได้เพียงยอมรับความจริงแบบนี้
เกรงว่าตัวหลินหมิงเองก็จะรู้สึกว่ายากจะรับได้ รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือไม่ก็ไม่เป็นธรรมเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้เรื่องระหว่างตัวเขากับจางหย่า เฉินอี้ซิน แถมยังโดนบริษัทหาเหตุไล่ออก ก็เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่หรือ?
และตอนนี้ เมื่อมองสีหน้าเขินอายของหลี่อวี่ฉิงตรงหน้า หน้าแดงก่ำไปหมด หลินหมิงก็เข้าใจดี หลี่อวี่ฉิงคงจะรู้สึกขวยเขินแล้วกระมัง?
ก็เมื่อคืนนี้ทั้งคู่พูดคุยกันตั้งมากมาย ตอนนั้นความคิดของหลี่อวี่ฉิงก็คงเรียบง่ายมาก
นั่นคือทั้งคู่ไม่รู้จักกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน แค่ระบายความอัดอั้นให้อีกฝ่ายฟัง ผ่านไปหนึ่งวัน สองคนก็คงไม่ได้เจอกันอีกตลอดชีวิต
หลี่อวี่ฉิงเลยไม่ได้คิดมากกับเรื่องนี้
